"ศิลปินใหญ่อาจเดินผ่านแล้วโยนคำพูดสวยหรูเข้ามาในบ้านเรา แต่ถ้าคำพูดนั้น มันเป็นก้อนหินที่บังเอิญตกใส่ตีนเรา เราก็เกลียดคนคนนั้นได้"

ระยะนี้มี "ศิลปินใหญ่" มาออกความเห็นกับนกฮูกดีไซน์บ่อยๆ ซึ่งดิฉันขอแยกเป็น 2 ประเด็น 
- ประเด็นที่มีผู้ถ่ายภาพรูปวาดกำแพงของนกฮูกฯ ไปปรินท์ขาย
- ประเด็นที่มีคนบอกว่านกฮูกลอกงานฝรั่ง

สำหรับประเด็นแรก ฉันจะเล่าคร่าวๆ ว่า นกฮูกดีไซน์ไม่ใช่ศิลปินกราฟิตี้ แต่ไปวาดเล่นกับ kobby1 เพราะว่าง
อนึ่ง เรารู้ดีว่า การไปวาดอะไรไว้บนสาธารณสมบัตินั้น ย่อมเป็นการยอมกลายๆ ให้ผลงานนั้นตกเป็น "สมบัติสาธารณะ"
และเมื่อเป็นสาธารณสมบัติแล้ว ใครใคร่ชื่นชม ใคร่ถ่ายภาพ เราก็ย่อมห้ามไม่ได้ และเราควรดีใจที่มีคนชื่นชอบผลงานของเรา

ทว่า การชื่นชมผลงานนั้นต้องดูกันที่ วัตถุประสงค์
เมื่อไม่นานมานี้ มีคนอีเมลมาขออนุญาตเอาโลโก้ปั๊กที่นกฮูกดีไซน์ออกแบบร่วมสนุกแต่ไม่ได้รับรางวัล เพื่อขอไปปักเสื้อใส่กันเอง ทางเราก็ได้แจ้งไปว่า "หากไม่ได้เพื่อการค้า เราก็อนุญาต"
หรือแม้แต่การทำหนังสือ นิตยสาร ก็อนุญาตว่าให้ใช้ข้อมูลเพื่อการศึกษาได้ แต่ไม่ใช่เพื่อการค้า

ซึ่งกรณีนี้ ต่างกันกับการที่มีคนเอากล้องไปถ่ายงาน แบบตรงๆ ชนิดที่ไม่ได้ถ่ายให้เป็นการถ่ายเมือง หรือสถาปัตยกรรมแต่อย่างใด แล้วเอาไปปรินท์ขายเป็นโปสการ์ด ขายที่ถนนคนเดิน
มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า
- เราไม่ได้โกรธ ทีว่าเขาเอาไปทำการค้าตัดหน้าเรา
- เราไมไ่ด้โกรธ ที่เขาทำมาหากิน
- มีคนชอบก็ดีกว่ามีคนเกลียด
"เราเพียงแต่รู้สึกว่า เรารับไม่ได้กับการทำมาหากินแบบง่ายเกินไปแบบนี้ แค่ถ่ายรูป แค่เซฟรูป แล้วเอาไปก๊อบปี้ขาย เท่านี้เองน่ะหรือ"

พอมีเหตุการณ์นี้ ก็มีคนแสดงความเห็นต่อๆ กันไป หนึ่งในความเห็นก็บอกว่า เราควรลงชื่อแสดง copy right ดีไหม?
และก็มีก้อนหินอันสวยงาม โยนมาจากศิลปินดังท่านหนึ่งว่า "ความคิดสร้างสรรค์เป็นของมนุษยชาติ ไม่มี copy right"
ฉันไม่ได้บอกว่าคำพูดนี้ผิด แต่ฉันว่ามันผิดบริบทที่เรากำลังด่ากันอยู่ หรือไม่ก็ผิดวัตถุประสงค์ของการด่า
ราวกับว่า ไม่ได้อ่านข้อความด้านบนแต่อย่างใด เพียงแต่อยาก quote คำพูดเก๋ๆ ก็เอามาวางไว้ ก็เท่านั้น
ถ้าอย่างนั้น ถ้ามีศิลปินท่านหนึ่งวาดภาพไว้บนผ้าใบอย่างสวยงาม แล้วฉันชอบมาก ฉันก็ถ่ายรูป แล้วเอาไปปรินท์ขาย แบบนี้ก็ได้ใช่หรือไม่?
จะวาดบนเฟรมผ้าใบ หรือบนกำแพง แม้ดีกรีความสาธารณะจะต่างกัน แต่ถ้ามีผู้นำไปหาประโยชน์ในทางไม่ชอบ ฉันก็ขอตำหนิเหมือนกัน  
แล้วถ้าไม่ใช่ภาพวาดกำแพง แต่เป็นตัวการ์ตูนหมีในถ้วยกาแฟ หมาเต้นระบำ ที่วาดเล่นในบล๊อค แล้วอยู่ดีๆ มันก็ไปโผล่เป็นสินค้า แบบนี้มันทับซ้อนกับกฏหมายทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่
ฉันยอมรับค่ะ กับคำพูดที่่ว่า "โลกนี้ไม่มีอะไร original เราต่างได้รับอิทธิพลมาจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งทั้งนั้น"
ไอ้หมี หมู หมา ที่วาด มันไม่ได้เกิดมาจากตัวเราล้วนๆ เราก็ไปเห็นมา แล้วจำ แล้วเอามาวาด แม้เราจะไม่ได้ใช้กระดาษไขลอกลายก็ตาม
"แต่ถึงกระนั้น เราก็ไม่ได้ลอก เราก็วาดมันขึ้นมาด้วยมือ ด้วยแรงกำลังแขน และสมองของเรา"
ถึงสไตล์ทีว่าจะไม่ใช่ของเราโดยกำเนิด แต่อย่างน้อย ไอ้รูปวาดนั้นๆ มันก็ยังเป็นของเรา
แม้แต่กฏหมายลิขสิทธิ์ยังบอกว่า ผลงานภาพถ่ายนั้นเป็นของผู้ถ่าย (แม้มันจะถ่ายรูปที่เราวาดไว้ก็ตาม)
เรายังเป็น commercial art
เราไม่ได้ทำ art for art sake
ต่อให้ไปวาดไว้บนกำแพง แม้เราจะไม่ได้กล่าวอ้างว่ากำแพงนั้นเป็นของฉัน แต่การเอาไปทำการค้า แบบง่าวๆ ไร้ความคิดต่อเติมเสริมแต่ง มันก็ทุเรศอยู่ดี ไม่ใช่หรือไง?

ประเด็นที่สอง ขอให้ท่านย้อนกลับไปอ่านเอนทรนี้ก่อน กด
เนื่องจากมีคนบอกว่า นกฮูกดีไซน์เป็นใคร ตัวเองก็ลอกงานคนอื่นเหมือนกัน แล้วสะเออะอะไรไปด่าคนอื่น นั้น
เราย่อมไม่พอใจ แม้จะรับฟัง แต่เราก็ยังขอชี้แจงว่าเราไม่ได้ลอก

แน่ล่ะว่า ใครๆ ก็พูดกันได้ ว่าได้รับแรงบันดาลใจ ไม่ได้ลอก เราต่างได้ยินคำแก้ตัวนี้กันเกร่อ
แต่อะไรที่จะตัดสินได้ว่าลอกหรือไม่นอกจากคำจำกัดความทางกฏหมาย
สิ่งนั้นก็คือ สายตา และจิตใจ ของคน
หากมองว่าลอก ต่อให้เพลงเพลงนั้นจะมีเมโลดี้คล้ายกันหนึ่งท่อน ก็บอกว่าลอกได้
ต่อให้ใช้คำพูดหรือธีมของเพลงเดียวกันก็ลอกได้
กับงานกราฟิกก็เหมือนกัน ถ้าสี องค์ประกอบ เทคนิคเหมือน ก็โดนกล่าวหาว่าลอกได้ ใช่ไหม?

ถามว่านกฮูกเป็นใคร เก่งกล้าสามารถอะไรไปด่าคนอื่นว่าลอก
ถึงเราจะไม่เคยได้รับรางวัลจากในและนอกประเทศและเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง
แต่ไอ้การกระทำของคนที่ลอกที่เราด่า มันก็สมควรจะโดนด่าจริงๆ ไม่ใช่หรือไง
เราไม่ถึงกับไปด่าผลงานที่มันแค่คล้าย หรือก้ำกึ่ง ว่า "แกมันขี้ลอกๆๆๆ" หรอกนะ
เว้นแต่มันจะเหลือบ่ากว่าแรง ก๊อบไปชนิดที่เกินไปมั้ย นั่นแหละเราถึงจะพูด ถ้ามันแค่กลิ่น เราก็ปล่อยให้เค้าพัฒนาตัวเองไป เพราะเข้าใจดีว่าคนทำงานช่วงแรกก็มีบ้างที่ยังหาแนวของตัวเองไม่เจอ ถ้างานนั้นไม่ได้ลอกมาทั้งดุ้น เราจะไม่มีทางไปว่าเค้าลอกเด็ดขาด 
ข้อนี้ไม่ได้แก้ต่างให้ตัวเอง แต่เรามองงานคนอื่นอย่างเป็นกลาง ไม่ได้ตั้งแง่ตั้งป้อมจะตำหนิ
นอกจากนี้ก็ งานกราฟิกในเมืองไทย หรือแม้แต่ในเมืองนอก ก็ไม่ได้มีสไตล์ที่หลากหลายเท่าไหร่ ฝั่งที่ออกหวานๆ แนวการ์ตูน ก็ลอกกันหมดอย่างนั้นสิ ถ้าอย่างนั้น friend with you ก็คงลอก
Jeremyville สิ? หรือว่าแนวเยอะๆ โหดๆ ที่เอามาทับๆ กันหลายภาพ ที่เป็นภาพตัดแปะ นั่นก็ลอกกันหมดเลยงั้นสิ เพราะมันสไตล์เดียวกันนี่นา

ถ้าคนคนนั้นจะลอกสไตล์งานคนอื่น เป็นปีเป็นชาติ จนไม่มีลายเซ็นต์เป็นของตัวเอง คนคนนั้นก็ไร้พัฒนาการเอง เราคงไม่ต้องเอาไม้เรียวไปไล่จี้หรือกระทุ้งเค้า เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเรา
ส่วนมาก กราฟิกดีไซน์เนอร์ก็มักจะหาสไตล์ที่ชอบ แล้วพัฒนาจนเป็นงานที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง อย่างนั้นไม่ใช่หรือ
เรายังไม่ได้เก่งกาจจนจะอวดว่าเรามีสไตล์ที่แสนจะชัดเจนโดดเด่นหรอกค่ะ เราไม่ได้พูด
แต่เราไม่ได้ลอก และเราก็จะพัฒนาต่อไปเรื่อย ไม่หยุดนิ่ง


...........................................
....................................
..............................
ถ้าหากคำพูดที่ว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นของมนุษยชาติไม่มี copy right หมายถึงไม่มีผลงานใดในโลกนี้ที่เป็น original เราต่างได้รับอิทธิพลมาจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
มันก็ย่อมเป็นเรื่องไม่แปลก ที่คนที่เกิดทีหลังจะได้อิทธิพลของคนที่เกิดก่อน และคำว่าได้รับอิทธิพล ก็ไม่ได้แปลว่าเราเอารูปนั้นมานั่งดราฟท์ เอากระดาษลอกลายมาลอก
หรือแม้แต่ ถ่ายรูปแล้วเอาไปปรินท์เป็นโปสการ์ด

สองกรณีนี้ฉันว่ามันต่างกัน และหวังว่าจะมีคนอย่างน้อยกลุ่มหนึ่งเข้าใจ 

ไม่ใช่ว่า ทีมึงยังลอกคนอื่นได้
ไม่ใช่ว่า งานนั่นไม่ใช่ของมึง มันเป็นของมนุษยชาติ มึงไม่มีสิทธิ์จะมาหวงห้าม

จะเอาไปชื่นชม ก็เอาไปอย่างสง่างามและสร้างสรรค์กว่านี้
และถ้าจะบอกว่าเราลอกหรือไม่ลอก ก็มองงานอื่นๆ ให้กว้างๆ กว่านี้


ขอบคุณค่ะ
ทีมงานนกฮูกดีไซน์
(ที่เป็นคนธรรมดา เรียนน้อย ไม่ได้มี academic mind ไม่เคย quote คำพูดสวยหรู และไม่ค่อยจะได้รางวัลอะไร)

ป.ล. ชื่นชมนะคะ ที่ได้รับรางวัลมามาก แต่คิดว่าไม่ต้องเอามาเป็นประโยค support evidence ในอีเมลก็ได้ มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกัน

ปวดไส้ติ่งระยะน่ารัก

posted on 07 Nov 2009 01:09 by nyanta

ไม่ได้อัพบล๊อคนานมาก เพราะว่า
1. facebook กับ twitter ทำให้เราติดนิสัยอัพอะไรสั้นๆ เน้นเร็วๆ
2. บีบีทำให้ขี้เกียจเอารูปลงคอมแล้วก็มานั่ง resize แต่งภาพ
3. ไม่ว่าง มีทั้งงานเจลลี่ งานแต่งงาน งานบริษัท งานอาจารย์ และอื่นๆ

หรือที่จริงแล้วขี้เกียจนั่นเอง

วันนี้เปิดเทอมวันแรก (อันที่จริงไม่ใช่วันแรก แต่วันแรกจริงๆ โดดเพราะไปแต่งงาน)
เทอมนี้มีสอนแปดโมง ช่างเป็นอะไรทีทรมานจริงๆ นี่มันหน้าหนาวนะ

ซึ่งเราต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่งเลยทีเดียว (ตื่นมาเขียนคิ้วกับถมตาดำ)
เช้านี้ ตื่นมาก็รู้สึกปวดท้องตุบๆ เสียดๆ แต่คิดว่า เอ๊ะ อาจเพราะเราไม่ได้อึ หรือว่าตื่นเช้าเกินไป
ก็ยังไปสอนได้ แต่พอเดินไปเดินมาซักแป๊บบบบ มันปวด จี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด
ถึงขั้นยืนไม่ไ่ด้ นั่งไม่ได้ ทีแรกก็แอ๊บไม่เป็นอะไร อายนักเรียน แต่มันปวดจริงๆ เลยโทรไปหาพี่สาวที่เป็นเภสัช ถามว่าปวดไส้ติ่งนี่มันทางไหน เจ๊ตอบมาว่า "ปวดท้องน้อยด้านขวา"
....แกร่ก แกร่ก แกร่ก....
ใช่แว้ววววว
เลยจัดการไล่นักเรียนกลับ ครูจะไปโรงบาลจ้า (ช่างเป็นการเปิดคอร์สที่แสนประทับใจ)


ขับรถไปโรงพยาบาลเองก็ไม่ไหว เพื่อนก็ติดสอน เลยต้องโทรหาคุณนกฮูกและได้คุณพี่กบ kobby1 ขับรถมารับเราไปโรงพยาบาล
ไปหาหมอ คุณหมอกดๆๆ
ผลคือ ปวดไส้ติ่ง แต่มันไม่หนัก เลยให้รอดูอาการ และค่อยมาใหม่
ได้ยามากินชุดหนึ่ง ตอนนี้ค่อยยังชั่วละ
ทุกคนบอกว่าตลกมาก มีปวดไส้ติ่งระยะนี้ไ้ด้ด้วยเหรอ มีแบบปวดระยะเริ่มต้นซะงั้น แต่ก็ดีแล้วเพราะข้าพเจ้าไม่อยากขึ้นเขียง แบบว่าเผื่อใส่บิกินี่อ่ะนะ (โถ จะได้ใส่เมื่อไหร่)

เลยหนีสอนซะงั้น สรุปว่าไม่ได้สอนเลยอาทิตย์นี้ หุหุ เด็กที่น่าสงสาร
อาการตอนนี้หายแล้วมั้ง แต่ยังยุกยิกมากไม่ได้ (แต่เย็บผ้าได้) ปวดหนุบๆ อยู่

Remark* หมออุบาทว์มาก ตอนกดท้อง ถามว่า "นี่ท้องหนิ"
....ไม่ได้ท้อง(โว้ย) แค่อ้วนค่ะ......
ชริ ชริ ชริ
(แหม หมอ กินหมูกะทะสองวันติดแถมไม่ได้ขี้ ไอ้ที่อยู่ในท้องนั่นแหละค่ะ ลูกหนู)

อัพเดตเหตุการณ์
1. วันก่อน จอดรถคร่อมกองไฟโดยที่ไม่เห็น ไฟลุก ควันขโมงท่วมรถเลย เกือบไหม้ระเบิด และตอนนี้มันก็ยังเหม็นควันไม่หาย ทำไงดี
2. ไปสอนวันนี้เข้าห้องผิด เจอนักเรียนรุ่นเก่า ยังไปด่ามันว่าแกแหละเข้าผิด (มั่นใจมาก)
3. พนักงานแผนกเดียวกัน ห้องเดียวกัน ลาออกหมดเลย และเราก็จะตามไปเร็วๆนี้ แต่ว่า เดือนหน้ากรูจะเอาอะไรกินวะ แง่มๆ
4. ครูที่สอนด้วยกัน ไปได้ดิบได้ดีกันหมด ทิ้งข้าพเจ้าไปหมด ทำไมเราไม่รู้เรื่องเลยว่าเค้ารับสมัคร (อ้อ เพราะเราไม่ใส่ใจและไม่นึกว่าจะลาออกนั่นเอง เทอมหน้าว่ากันใหม่ อยากมีเส้นใหญ่ๆ บ้างจังว้อย)
5. เย็บกระโปรงได้อีกสองตัว เย้
6. ไปงานแต่งงานมาแล้ว แล้วจะเอาชุดคนเมืองมาอวด (ไม่อยากดูก็ต้องดู)
7. งานเจลลี่จบไปด้วยดี ส่วนอะไรที่ไม่ดี เก็บไว้ด่ากันนอกรอบ เอิ๊ก อุ๊บสสสส!

บล๊อควันนี้ไม่มีภาพประกอบ ขี้เกียจ ...อีกแล้ว
ต๊าย ดูสิ ยังติดนิสัยอัพแบบสั้นๆ มาจาก twitter ได้อีก ไม่ดีเอาซะเลยนะ หรือว่าอีกอย่างคือเวลามีน้อย ง่วงแล้ว ปวดท้อง ไปนอนดีกว่า และตอนนี้ยังไ่ม่รู้จะด่าอะไรจึงยังไม่มีอะไรจะอัพ วะฮ่ะฮ่าๆ

ป.ล. ตอนมีงานเยอะก็เหนื่อย แต่วันนี้นอนอยู่บ้านเฉยๆ เซ็งชะมัดเลย อยากรับจ๊อบอีกซักสองสามอย่างนะคะ มีไรส่งมา ทำไหวค่ะ พลังช้าง (งกเงิน) แต่ว่า ขี้เีกียจทำบัญชีกับเช๊คสต๊อคจังเลย ฮือๆ

โอ้...ห่างหายไปนาน ไม่ได้อัพซะหลายวัน เนื่องจากงานเยอะ
ฟังดูเหมือนว่า แหม เก่งกาจ งานยุ่ง งานเยอะ
แต่มันมีความจริงที่อธิบายได้ง่ายมากคือ "ในเมื่อใช้เงินเยอะ ก็ต้องหามาเยอะ"
ใช้หนี้นั่นเอง

อา...รู้สึกเป็นสุขที่เป็นหนี้ มันช่าง happy อะไรอย่างนี้ แต่ไม่ต้องห่วง เราจัดการชีวิตตัวเองได้เสมอ
การมีหนี้คือลาภอันประเสริฐ

เดือนนี้เป็นเดือนหฤโหด เพราะมีงานเร่ง มีทั้งงานจ่าย และไม่จ่าย งานได้เงิน และงานฟรี
และมีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายหลาก
เช่น ไม่ได้อึมาอาิทิตย์นึง เพราะงานยุ่งและไม่มีเวลาอึ !!!
ทำให้น้ำหนักขึ้นมา 4 โล แต่วันนี้พอมีเวลาจึงจัดการธุระเสร็จแล้ว และน้ำหนักก็ลงไปแล้ว
โอ้ มหัศจรรย์จริงๆ

งานที่ยุ่งทำให้....
สิวขึ้น เต็มหน้าเลย
ไม่ได้กวาดและปัดฝุ่นในห้องมา ...น่าจะ 5 เดือนได้แล้ว
ผมดำงอกแล้วไม่ได้ย้อมใหม่ 
นอนไม่พอ
ซื้อหนังสือหลายเล่ม ผ่านมา 1 ปีแล้ว ก็ยังไม่ได้อ่าน
ซื้อผ้าตัดกระโปรงมา เยอะมาก ก็ยังไม่ได้ตัด

ดังนั้น หลังจากเคลียร์งานเซตนี้เสร็จ ข้าพเจ้าจะไม่ทำอะไรเลย นอกจากเย็บผ้าเล่น ช้อปปิ้ง เก็บกวาดห้อง ย้อมผม และนอนหลับ (ทำไมฟังดูเยอะ)

วันนี้แวะมาอัพ แนะนำร้านอาหาร
พอดีวันก่อนไปสอบนักเรียน เพราะข้อสอบหาย เราไม่ได้ทำหายนะ แค่มันอยู่ไหนก็ไม่รู้แค่นั้นเอง
แวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือครูใหญ่ สโลแกน "ความอร่อยที่ไม่มีในเมือง"

ภาพ




อร่อยดี ชอบไปกินตอนกลางวัน

ไปทำงานต่อก่อน ส่งเกรดนักเรียน
นักเรียนบางคนไม่ดื้อ ไม่ซน แต่มัน...จะว่าโง่ก็ไม่ได้เนาะ เพราะความถนัดมันของใครของมัน
เช่นเราก็ไม่เคยได้ A พวกตัวสังคม เหมือนกัน
เพียงแต่ถ้าเกรดเฉลี่ย 1.xx นี่มันก็สาหัสอยู่ ช่วยแล้วช่วยอีก
ช่วยเท่าที่ช่วยได้ล่ะเน้อ ถ้าติด F ก็อย่ามาเคืองกัน เทอมหน้ามาเรียนด้วยกันใหม่ละกั๊น