nyanta View my profile
"โตขึ้นอยากเป็นอะไร"
เดาได้ว่าร้อยทั้งร้อย คนที่เคยเรียนโรงเรียนรัฐบาลไทยในระดับประถม หรือบางโรงเรียนเอกชนเมื่อสมัยสิบกว่าปีก่อน คงจะต้องเคยถูกคุณครูถามประโยคนี้เป็นแน่แม้แต่ทุกวันนี้ คำถามนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไปในโรงเรียนต่างๆ อย่างไม่หยุดหย่อน อาจเป็นเพราะว่าคำศัพท์เรื่องอาชีพถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรวิชาภาษาอังกฤษของสายชั้น ป. 5 อาจเป็นเพราะคุณครูชั้น ป. 2 ไม่รู้จะสอนให้เด็กเขียนเรียงความเรื่องอะไร คุณครูศิลปะหมดมุข ไม่รู้จะให้นักเรียนวาดรูปอะไร ฯลฯ หรืออะไรก็แล้วแต่คำถามนี้ อาจเป็นสิ่งไร้สาระ ถามทำไม ถามแล้วได้อะไร ถามกันเป็น cliche คนฟังอยากได้คำตอบไหม คนตอบตั้งใจตอบรึเปล่า เราคงจะไม่สามารถไปตรัสรู้ความในใจของคนได้ทุกคนในจุดด่างดำช่วงหนึ่งของ resume ฉันเองก็เคยจับพลัดจับผลูไปเป็นครูโรงเรียนประถมกับเค้าเหมือนกันเป็นด้วยความไม่ตั้งใจ ด้วยความไม่ชอบ ด้วยอคติ ด้วยทุกๆ อย่างที่ใครจะสรรหา adjective ในทางลบมาบรรยายได้ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ช่วงเวลาสั้นๆ นั้น บางทีฉันก็ได้เห็นอะไรหลายอย่าง และได้มองเห็นว่าตัวเองได้สูญเสียความเป็นเด็กไปแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ และดูเหมือนจะเสียไปแล้วนานเสียด้วยเมื่อถึงเวลาต้องสอนบทที่ว่าด้วยเรื่องอาชีพ น่าแปลก ที่คำตอบของเด็กในห้องช่างหลากหลาย ไม่เหมือนสมัยที่ฉันยังเป็นนักเรียน ในบทเรียนมีอาชีพให้เลือกไม่กี่อย่าง ครู ทหาร แม่ค้า ตำรวจ นางพยาบาล อาจเพราะเป็นคำศัพท์ที่สะกดง่าย จำง่ายในภาษาอังกฤษ มันจึงมาโผล่ในบทเรียนสำหรับเด็ก หรือคิดอีกแง่ มันอาจเป็นแค่อาชีพ stereotype ที่คนในสมัยนั้น (บุคคลที่เขียนหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา) รู้จัก เด็กสมัยนั้นถึงได้ถูกปิดหูปิดตา ถ้าเด็กผู้ชายเรียนเก่งต้องเป็นหมอ เด็กผู้หญิงเรียนเก่งต้องเป็นครู (ฉันถึงได้เจริญรอยตามรึไงก็ไม่รู้ ถึงแม้จะห่างไกลจากคำว่า เรียนเก่งมากก็เถอะ) เด็กผู้ชายต้องเป็นทหาร เด็กผู้หญิงต้องเป็นนางพยาบาล....โอ้.....กรอบของสังคม
เชื่อหรือไม่ว่าคำตอบของเด็กนักเรียนชั้นป. 4 ในห้องวันนั้นคือ โตมาอยากเป็นนักบิน นักธุรกิจ ทนายความ วิศวกร ล่วงเลยไปจนถึงคำตอบบ้าบออย่างเช่น อยากเป็นซามูไร อัศวินเจได มนุษย์ต่างดาว ฯลฯโลกมันเปลี่ยนไป เด็กมันแก่แดด เด็กมันซนตอบไปเรื่อยเปื่อย หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงพลังของเด็ก พลังของชีวิตที่ยังมี "จินตนาการ"
ตั้งแต่จำความได้ ตั้งแต่เริ่มทำการบ้านส่งครูได้ ฉันไม่เคยใส่ใจจะสร้างจินตนาการกับคำถามประเภทนี้บอกไว้ก่อนว่าไม่ได้พูด เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี เพียงแต่พอได้มาเห็นเด็กพวกนี้ บางทีก็อดนึกอนาถใจไม่ได้ว่าจินตนาการวัยเด็กของฉันมันหายไปไหนกันนะ....เพราะฉันไม่เคยคิดว่าครูอยากได้คำตอบที่แท้จริงมากกว่าอยากให้นักเรียนส่งงานครบทุกคนสิ่งที่ฉันทำก็แค่เขียนตอบๆ ไปให้มันสิ้นเรื่อง อาชีพอะไรก็ได้ เลือกเอาซักอันเถอะ จะได้ส่ง แล้วจะไปทำอย่างอื่นต่อ ส่วนเรื่องในใจเรา เราอยากเป็นอะไร ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาคิด มาเล่าให้ใครฟัง เก็บไว้ในใจก็ได้....แต่พอนานวันเข้า มันก็กลับหลงลืม และนึกไม่ออกไปเสียแล้ว ว่าที่แท้จริงแล้วเราต้องการอะไรกันแน่....บางเรื่อง สิ่งที่เราทำก็ยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการกระทำของผู้ใหญ่ เรายังคงขาดวุฒิภาวะ ยังคงขาดการควบคุมอารมณ์และการยับยั้งชั่งใจ แต่กับบางอย่าง เรากลับปล่อยให้วันเวลา ฆ่าความเป็นเด็ก ทำลายล้างจินตนาการ มองโลกแต่ในความเป็นจริง ไร้ความหวัง และเผื่อใจเอาไว้แต่ในด้านที่โหดร้าย ทั้งหมดไม่มีคำตอบว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่หนึ่งประโยคที่ได้ฟังใน (เบื้องหลัง) หนังเรื่อง Finding Neverland ได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่าYou can be adult, bemature but don't be a grown up.คนเราโตเป็นผู้ใหญ่ได้ แต่อย่าหลงลืมความสวยงามในวัยเด็กของเรา
Name:
Website:
Captcha:
Comment:
#1 By นกฮูกดีไซน์ on 2006-11-24 09:40
#2 By (203.150.193.54) on 2007-03-27 19:33
อิสระที่จะคิดที่จะทำ จึงดูมันเหมือนมีอยู่ในตัวไม่หมดสักกะที
เกิดมาเป็นเป็ดจริงๆ
#1 By นกฮูกดีไซน์ on 2006-11-24 09:40