Winged, and Fly
posted on 24 Jan 2007 01:10 by nyanta in Storyผู้ชาย มีปีก ที่จะโบยบิน...
ฉันเพิ่งจะกดปุ่มปิดเครื่องเล่นดีวีดีไปเมื่อสิบห้านาทีก่อน หลังจากเรื่อง Out of Africa จบลงไป
ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างตั้งแต่ปี 1985 แต่ว่าฉันเพิ่งจะมีโอกาสได้ดู ด้วยแผ่นดีวีดีของก๊อป ซื้อจากแม่สาย ในราคาแผ่นละ 50 บาท (ถูกเหมือนได้เปล่าเลยนะคุณผู้ชม)

ขอเกริ่นถึงที่มาของการเลือกหนังเรื่องนี้สักหน่อย (เพราะมีคนสงสัย) เรื่องมันก็มีอยู่ว่าในคาบวิชา Literature ตัวหนึ่ง เราได้เรียนเรื่อง Alienation และนักศึกษาทุกคนถูก assign ให้ไปหาหนังมาคนละหนึ่งเรื่อง และ analyze แต่ทว่า ในตอนนั้น ฉันไม่สามารถหาแผ่นวีซีดีของเรื่องนี้มาดูได้ จึงจำใจต้องใช้เรื่องอื่นแทน และนั่นแหละ เมื่อฉันเห็นมันวางแปะอยู่บนชั้นซีดีในร้านขายหนังฝั่งพม่า ฉันจึงไม่ลังเลที่จะหยิบมันติดมือมาด้วย
ภาพยนตร์เรื่องนี้คงจะมีอีกหลากหลาย theme สุดแท้แต่ใครจะคิด จะตีความกันไป มันอาจพูดได้ทั้งเรื่องการล่าอาณานิคม, racism, feminism, genderism, alienation หรืออื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งฉันจะไม่บังอาจไปตีความให้ใครฟังเด็ดขาด ของแบบนี้ ไปดูแล้วคิดเอาเองดีกว่า เพราะฉันไม่ได้เก่งกาจมาจากไหน สิ่งที่ฉันพูด อาจผิดก็ได้ (ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้กวาดถึง 7 รางวัลออสการ์ในปี 1986 นะคะ ไม่นับที่เข้าชิงอีกหลายสาขา และหลายรางวัล รายละเอียดเข้าไปดูได้ที่ http://imdb.com/title/tt0089755/awards)
ไม่รู้ทำไม แต่พอดูแล้วมันพาลนึกถึงอะไร และ ใคร ใกล้ๆ ตัว
ว่ากันว่า ผู้ชายนั้นเหมือนแมว คือนึกอยากมาก็มา อยากจะไปก็ไป ไม่ว่าเจ้าของจะเลี้ยงดูปูเสื่อดีสักแค่ไหน แต่มันหาได้ต้องการที่นอนอุ่นนุ่ม หรืออาหารครบทุกมื้อไม่ เพราะขึ้นชื่อว่าแมว ย่อมทุรนทุรายจะได้มาซึ่งอิสระ มันฉลาด ที่จะแฝงหาความสบายใส่ตัว ช่างเข้ามาอ้อน รู้จักมาเคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดู แต่ก็ข่วนเจ้าของได้ทุกเมื่อถ้าไม่ชอบใจ อา...ช่างไม่เชื่องเสียนี่กะไร
ดูแล้ว อีตาพระเอกในเรื่องก็ไม่ต่างอะไรกับแมวตัวหนึ่ง เมื่ออยากได้ที่อุ่นๆ นอน อยากจะซุกอกใครซักคน ก็มา แต่พอรู้สึกตัวว่าจะถูกครอบครอง เป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ก็จะผละไป ก่อนที่เจ้าของจะทันได้รู้ตัว...
อีตาเดนนิสในเรื่องนี้ ก็คือแมวหนุ่ม ที่ออกไปท่องเที่ยวนอกบ้าน รักอิสระ และหวงแหนยิ่งกว่าชีวิต ถึงขนาดที่บอกว่ายอมที่จะแลกกับอะไรซักอย่าง เพื่อจะได้อยู่อย่างเหงาๆ บ้างในบางครั้ง และยอม หากจะต้องตายอย่างโดดเดี่ยว
ว่าแล้วก็เกิดเป็นคำถามว่า การ "เป็นเจ้าของ" ใคร หรือ อะไรสักอย่าง สำหรับผู้ชายนั้น มันเป็นเรื่องทรมานใจมากนักหรือ เหมือนที่อีเดนนิสมันบอกว่า "อย่าก้าวก่ายอิสระของผม ในเมื่อผมไม่เคยก้าวก่ายกับอิสรภาพของคุณ" เมื่อมันรู้สึกใกล้จะสูญเสียความเป็นตัวเอง มันก็จะถอยห่าง โดยการอ้างว่าออกไปท่องป่าซาฟารี
ตลอดเรื่อง เราจะไม่เห็นว่านางเอกของเรื่องจะออกไปไหนไกล เว้นเสียแต่นั่นมีจุดประสงค์เพื่อไปหา หรือไปทำธุระกับ (และทำให้) ผู้ชาย เธอไม่ได้ออกไปท่องเที่ยวเพียงเพราะเธออยากจะไป แต่ไปเพราะมีผู้ชายมาชวนให้ออกไปดูโลกกว้าง แม้แต่การมาแอฟริกา ก็ยังเป็นการมาเพื่อมาแต่งงาน ถึงเธอจะอยากมา แต่ถ้าไม่มีผู้ชายให้แต่งงานด้วย เธอก็ไม่ได้มา...อิสรภาพของผู้หญิงถูกจำกัดอยู่ที่การเคลื่อนไหวไปมาของผู้ชายงั้นหรือ?
ตลอดทั้งเรื่อง นางเอก คือ คาเรน ได้แต่อยู่ที่ไร่ รอคอยให้อีตาเดนนิสมา และเมื่อเค้ามา เธอก็จะดีใจ หน้าตาเบิกบาน แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ราวกับหมา ที่รอเจ้านายกลับบ้าน
ไม่มีใครเอาอิสระของเธอไป เหมือนที่อีเดนนิสบอก แต่เธอก็ถูก occupy อิสรภาพไปโดยไม่รู้ตัว โดยผู้ชาย และโดยความรัก
"ผมคงไม่รักคุณมากขึ้นเพียงเพราะกระดาษแผ่นเดียว" อีเดนนิสมันพูดถึงการแต่งงานว่าอย่างนี้ นัยว่าจะอยู่ด้วยกันไปทำไม สู้ให้มันไปๆ มาๆ แบบนี้ดีกว่า เพราะพอรู้สึกว่าฝ่ายหญิงเริ่มจะทำตัวเป็นเจ้าของ มันก็จะได้ดีดตัวเองออกไป ต่อเมื่อสะใจดีแล้ว ก็จะได้กลับ ใช้ชีวิตติดปีก โลดแล่น
เหมือนที่มันขี่เครื่องบินไปบนท้องฟ้า ได้แต่ทิ้งเธอไว้เบื้องหลัง ให้ยืนโบกมือบ๊ายบายตาละห้อย (มันเพียงแต่พาเธอขึ้นไปชมโลกจากมุมมองของพระเจ้าเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แล้วก็ไม่พาไปอีกเลย)
เพราะผู้ชายมีอิสระที่จะโบยบิน ส่วนผู้หญิง ได้แต่เป็นเพียง "ผู้ที่ถูกพาไป" เท่านั้น
หากการแต่งงานคือการผูกมัดสำหรับเพศชาย หากการอยู่ด้วยกันคือการสูญสิ้นแล้วซึ่งอิสรภาพ ตอบหน่อยว่ามันอยู่บนพื้นฐานของความรักไหม
หรือผู้หญิง เมื่อรักแล้วก็เอาตัวเองไปผูกมัดเข้าไว้กับผู้ชาย เรียกตัวเองว่าเป็นของของเขา แต่ "เขา" กลับไม่เคยเป็นของของเรา...
ช่างเหมาะเจาะเสียจริง เพราะคำว่า ภรรยา นั้นแปลว่า สมบัติ
ส่วน สามี นั้นแปลว่า "ผู้เป็นเจ้าของ"


เอิ๊กๆๆ
จำฉากที่ผู้ชายเลี้ยงไวน์ ขอบคุณนางเอกในสโมสรได้ไหม
ผู้หญิงเก่งมักโดดเดี่ยว
#1 By นกฮูกดีไซน์ on 2007-01-24 10:05