What a man is for?
posted on 21 Jun 2007 16:01 by nyanta in Story(หากคุณเป็นเพศชาย และมีความเป็นชายสูง เราขอแนะนำให้คุณปิดเอนทรี่นี้ไปเสีย)
นอกจากเรื่องของพละกำลังที่แข็งแรงกว่า และความสามารถในการให้น้ำเชื้อแล้ว
เรามีผู้ชายในชีวิตประจำวัน เอาไว้ทำไมเหรอคะ???
ด้วยความสัตย์จริง ... ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นเลสเบี้ยน
เพราะไม่เคยรู้สึกหวามไหวยามได้เห็นนมใคร
ไม่ได้รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ยามสัมผัสต้องตัว หรือเพียงแค่มอง ผู้หญิงคนไหน
หากฉันคิด จะหันหลังให้ผู้ชาย ก็ไม่ได้แปลว่าฉันจะต้องหันหน้าให้ผู้หญิงคนไหน
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สมการที่แทนค่าได้ด้วยตัวแปรง่ายๆ
ในชีวิตของผู้หญิงโดยมากนั้น ไม่ว่าเราจะได้พยายามคิดให้แหวก แปลกประหลาด ผ่าเหล่าผ่ากอแค่ไหน
แต่เบื้องลึกเบื้องหลังแล้ว เราต่างถูกหล่อหลอม ทั้งโดยจงใจ และไม่จงใจ จากสังคมรอบข้าง
จากการศึกษา จากจารีต ประเพณี จากคนในครอบครัว หรือแม้แต่แนวความคิดสมัยใหม่ที่กล่าวอ้างว่าตัวเองเปิดโอกาสด้านเสรีภาพให้ผู้หญิงมากแล้ว แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่ต่างจากนิยายเรื่องเดิม ที่แค่เอามายำใหม่ ให้ทันสมัยขึ้น
ผู้หญิงเก่งเดี๋ยวนี้ต้องเก่งทั้งนอกบ้านและในบ้าน
ทั้งงานบ้านงานครัว และเรื่องอย่างว่า
เธอต้องรู้จักรักษาความงามและทำนุบำรุงมัน
เธอต้องหมั่นฝึกฝนพัฒนาตนเอง
ทั้งยังต้องหัดเข้าใจผู้ชาย ว่ามีกมลสันดานเป็นเช่นไร และพร้อมจะเรียนรู้(อย่างเต็มใจ) เพื่อจะได้รักษาความสัมพันธุ์เอาไว้ให้ยั่งยืน
ไปหาอ่านเอาได้เลย เรื่องแบบนี้มีให้เห็นดาษดื่น ทั้งจากหนังสือหัวนอก หัวไทย ทั้งหลายแหล่
ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องน่าสมเพชเหรอ
ผลักภาระทั้งหมดทั้งมวลมาที่พวกเรา ราวกับว่าหากทำไม่ได้แม้แต่ข้อใดข้อหนึ่ง ก็จะเป็นความผิด เป็นความบกพร่องของเราเอง
หากเราปล่อยเนื้อตัวให้ทุเรศทุรัง ไม่ดูแลทำนุบำรุงรักษา คนรักก็จะตีจาก
หากเราไม่ปรับปรุงนิสัย เพื่อให้เข้าผู้ชายได้ดี คนรักก็จะตีจาก
ร้อยละ 95 เป็นเรื่องของการทำอย่างไร ให้เธอ เข้ากับ เขา ได้
แต่ไม่ถึง 5 เปอร์เซนต์ในหนังสือจำพวกแมกซิมหรือฟอร์เมน ที่สอนให้ผู้ชายหัดทำตัวให้ผู้หญิงประทับใจ
แน่นอนค่ะ ไม่พ้นเรื่องบนเตียง
เราต้องบำรุงโฉมของเรา ไม่ใช่เพื่อตัวเรา แต่เพื่อให้แฟนเราหันมาเอาเรา
เราต้องขยันทำงานบ้าน ทั้งที่เหนื่อยกับงานข้างนอกสายตัวแทบขาด แล้วยังต้องปั้นหน้าเอาอกเอาใจปรนนิบัติพัดวีไม่ให้ขาดตกบกพร่อง เพื่อไม่ให้แฟน(หรือสามี) ทิ้งเราไป
รู้สึกเหนื่อยกันบ้างไหม
ผู้ชายจะมีสมาคม มีสังคม ภราดรของกลุ่มตัวเอง ที่กันไม่ให้ผู้หญิงเข้าไปเกี่ยวข้อง
นับตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ ที่เหล่านักปราชญ์ทั้งหลายใช้เวลาเกือบทั้งหมดในการขลุกอยู่ด้วยกัน แต่กันให้ผู้หญิง (ที่สมัยนั้นแข็งแรงไม่แพ้ผู้ชาย) ออกไปเลี้ยงสัตว์ ปั่นนม ซักผ้า ด้วยเชื่อว่าเรื่องราวปรัชญาทั้งหลายแหล่นั้น สูงส่งเกินกว่าสตรีเพศจะเข้าใจ
ผ่านมาหลายศตวรรษ แนวคิดไม่ได้เปลี่ยน หากแต่เปลี่ยนแค่วิธีปฏิบัติ
เคยได้ยินอะไรทำนองนี้หรือไม่ ถ้าคุณผู้ชายอยากจะมีเวลาสังสรรค์ ดูบอล กินเหล้า กับเพื่อนบ้าง ก็จงปล่อยเขาไป ขอให้เข้าใจว่านั่นเป็นลักษณะของเพศของเขา
ปล่อยเขาไป ให้เขาได้ไปสำเริงสำราญในแบบที่เขาพอใจ จวบจนเมื่อเขาทนเหงาทนเงี่ยนไม่ได้ จึงกลับมาหาเรา เพื่อมาให้เราปรนนิบัติอย่างระริกระรี้
ทำไมต้องเป็นพวกเราแต่ฝ่ายเดียวที่ต้องทำความเข้าใจ
Understanding is a two way relationship.
ทำไมต้องมีแต่เพศหญิงที่ต้องอยู่ ยอมรับ เรียนรู้ เพื่อที่จะเข้าใจผู้ชาย และจมจ่อมอยู่กับความผิดหวัง เสียใจ เมื่อไม่อาจรั้งเอาตัวผู้ชายคนนั้นไว้ได้
ผู้ชายเห็นเพื่อนผู้ชายสำคัญกว่าแฟน
แต่ผู้หญิงเห็นแฟนสำคัญกว่าเพื่อนผู้หญิง
นั่นเป็นความจริงที่น่ารันทดหดหู่ เพราะความคิดเหล่านี้ มันดูราวกับจะฝังราก หล่อหลอม บ่มเพาะเกินกว่าจะงัดแงะออกจากตัว
ผู้ชายต้องการเซ็กซ์ แต่ผู้หญิงต้องการความรัก
คุณคิดว่าประโยคหลอกเด็กแบบนี้เป็นเรืองจริงหรือ?
ไม่เลย มันแค่เป็นประโยคเอาไว้สั่งสอนผู้หญิงให้ยอมรับความสำส่อนของผัวและห้ามพวกหล่อนกลายๆไม่ให้ไปแรดทีไหน ต่างหาก
ทั้งที่ฝ่ายตรงข้าม ไม่เคยเลยแม้ซักนิดที่จะสนใจ ใส่ใจหรือเข้าใจความรู้สึกของเราบ้าง แต่เราก็ยังรักและยังเทิดทูนบูชา มุ่งหวังแต่จะให้สิ่งดีๆกับเขา --- มันเพราะอะไร
หรือเพราะเราถูกฝังความคิดนี้ลงโครโมโซมไปเสียแล้ว
ของไม่มีประโยชน์ ของที่มีข้อเสียมากกว่าข้อดี เรายังทิ้ง
แต่ทำไมบางอย่างเรายังเก็บไว้ ทั้งที่เมื่อเก็บไว้ ก็เหนื่อย
ผู้หญิงเราอยากมีแฟนเพราะต้องการความอบอุ่นทางจิตใจ
เพราะต้องการความมั่นคง
เพราะเหงา เพราะรัก หรือเพราะอะไร
ถ้าไม่ใช่เหตุผลข้างบน แต่เป็นเพราะอยากมีใครไว้ให้เอา....
งั้นก็อยากจะบอกว่า ผู้ชายมันยังพาเราไปไม่ถึงที่ ที่เราอยากไปเลย นะคะ.....

โฮะๆๆๆๆ
#1 By นกฮูกดีไซน์ on 2007-06-21 16:39