Isn't it too late to be pretty?
posted on 19 Mar 2008 14:20 by nyanta
ในหนึ่งปี ฉันจะเข้าร้านทำผมครั้งใหญ่อยู่สักครั้ง เห็นจะได้
นอกนั้นก็อาจะมีตัดผมแตกปลาย หรือสระไดร์บ้าง ตามแต่โอกาสพิเศษต่างๆ
ซึ่งเฉลี่ยแล้ว ประมาณ 3-4 เดือน ต่อครั้ง
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตรงกับวาระครบรอบปีของการยืดผมถาวร หรือที่เรียกว่า รีบอนดิ้ง ของดิฉันเอง
โดยพันธุกรรมแล้วฉันมีเส้นผมที่ ใหญ่ แข็ง ฟู และหยักศก ซึ่งไม่เป็นที่นิยม ในสมัยที่ฉันเป็นวัยรุ่น
เรียกว่า หัวกบาล ไม่ตามเทรนด์
พอผ่านพ้นชีวิตมัธยมเข้าสู่รั้วมหาิวิทยาลัย ฉันจึงหาทางออกให้กับหัวฟูๆ ของตัวเองด้วยการ "ดัดหยิก"
เพราะสมัยนั้น การยืดผมถาวรยังไม่ถือกำเนิด (ไม่จำเป็นต้องคำนวนอายุฉันให้วุ่นวาย)
และฉันมีชีวิตควบคู่ไปกับหัวที่ฟูฟ่องล่องลอยอยู่ราวๆ 5-6 ปี
ใครไม่เกิดเป็นผู้หญิงคงยากจะเข้าใจว่า กว่าชีวิตหนึ่งจะค้นพบว่าหนังหน้าตัวเองเหมาะกับทรงผมประมาณไหนนั้น มันต้องใช้เวลาศึกษาและค้นหากันนานพอดู
(แต่ก็น่าอิจฉาเด็กสาวสมัยนี้ ที่ดูจะเป็นสาวรวดเร็วว่องไวกว่าสมัยของฉันมาก)
การจะไปทำผม เปลี่ยนทรงผมแต่ละครั้ง จำเป็นต้องคิดแล้วคิดอีก เลือกช่างที่ไว้วางใจได้
เพราะเสื้อผ้านั้น ซื้อมาแล้วใส่ไม่สวย ยังเขวี้ยงทิ้งได้ แต่หัวกบาลเล่า ถ้าตัดแล้วอัปรีย์ จะถอดทิ้งได้หรืออย่างไร?
คุณๆ ผู้ชายทั้งหลายทราบหรือไม่ว่า การยืดผมถาวรนั้นกินเวลารวมๆ แล้วโดยเฉลี่ยประมาณ 6 ชั่วโมง
สถิติน้อยที่สุดที่ฉันเคยทำคือ 5 ชั่วโมง ซึ่งผลที่ได้ไม่เป็นที่น่าพอใจ
และสถิติที่นานที่สุดคือครั้งล่าสุดเมื่อเสาร์นี้ --- ทั้งหมด 10 ชั่วโมง !!!
ใครจะหาว่าฉันเป็นพวกรักสวยรักงามจนเวอร์ก็ช่าง แต่ฉันว่าไปอดทนนั่งตูดด้านปีละหนก็คุ้มไม่เลว
เพราะไม่ต้องไปสระไดร์ไปอีกนาน คิดรวบๆดูแล้ว ไปสระไดร์ที่ร้านครั้งละ 60-70 ถ้าไปบ่อยก็เป็นเงินมากโข แถมโดนความร้อนหนักๆเข้าผมก็เสียอีก
ทีแรกก็คิดจะปล่อยมันไป ให้มันงอกออกมาเป็นผมตามธรรมชาติ แต่ก็ไม่สามารถทนสภาพที่หัวด้านบนฟู แต่ด้านล่างลีบแบนได้
ถึงฉันจะไม่ได้ห่วงว่าผมจะต้องสวยตลอดเวลาเท่าไหร่นัก แต่บางครั้งจะออกงานแล้วต้องวิ่งโร่ไปหาช่างทำผม หรือบางวันขี้เกียจ แต่ก็ยังแอบอยากสวย การไปยืดผมนี่แหละ ดีชะงัดนัก เพราะแค่สระ แล้วสะบัดๆๆ เป่าๆๆ (คล้ายหมาสลัดขน) ผมก็จะยังสลวยสวยเก๋ ราวกับพ่อแม่ทำออกมาเป็นคนผมตรงแต่กำเนิด ยังไงยังงั้น
ใครเป็นคนเซตกฏของความงามเอาไว้ไม่ทราบแน่ชัด รู้แต่ว่าในยุคสิบปีก่อน หญิงงามต้องมีผมตรง และเพื่อนคนที่ผมตรงสวยเท่านั้นที่มัดใจชายหนุ่มได้ สร้างความอิจฉาให้เรายิ่งนัก
ยามไปเข้าค่าย พอนอนหลับตื่นมา ก็ดูจะมีแต่ฉันคนเดียว ที่หัวฟูน่าเกลียด น่าน้อยใจจริงๆ
ดังนั้น ในโลกสมัยเมื่อฉันเป็นวัยรุ่น จึงไม่มีที่ให้คนหัวฟูได้หยัดยืน (เวอร์ไปไหม) และนั่นอาจสร้างปมด้อยเล็กๆ ในใจฉัน ให้โตมาเป็นคนมั่นใจไร้สติก็เป็นได้ (เห็นด้วยหรือไม่)
ต่างกับสมัยนี้ ที่เด็กสาวเป็นตัวของตัวเองได้อย่างอิสระเสรี นึกอยากสั้นก็สั้น อยากยาวก็ยาว ผมหยิกก็สวยเก๋ ผมยาวก็น่ารักคิกขุ จะทำอะไรก็ได้ไปเสียหมด หน้าไม่สวยก็ทำผมให้แนวเข้าไว้ สร้างคาแรคเตอร์กันเสียอย่างนั้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่คนขี้เหร่ ตัดทรงอะไร ยังไงก็ีขี้เหร่วันยังค่ำ...อย่าได้คิดจะเซลฟ์ซะให้ยาก
เด็กสมัยนี้เลยดูมั่นๆ ไม่สนโลก ประมาณว่า ฉันเป็นฉันเอง ใครจะทำไม
นึกแล้วก็อยากให้ตัวเองเป็นวัยรุ่นยุคนี้ดูบ้าง เผื่อจะได้มีวัยเด็กที่สดใส
ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณอาจกำลังนึกว่าอ่านเรื่องราวชีวิตขมขื่นของคุณป้าคนหนึ่งอยู่
จริงๆ มันก็ไม่เลวร้ายขนาดนั้น แต่มันก็มีส่วนจริงที่ว่า ความขี้เหร่ ความงามที่ไม่เข้ายุคเข้าสมัย หน้าตาที่ไม่ตรงกับสมัยนิยม รูปร่างแบบสตรียุคฟื้นฟูศิลปะวัฒนธรรม และอื่นๆอีกมากมาย มีส่วนทำให้เด็กหญิงคนหนึ่งอาจจะเก็บกด และเอามาปล่อย ระบาย เมื่อวุฒิภาวะ วัยวุฒิ และเงินตราของเธอเือื้ออำนวย
หากแต่การดัดแปลงพันธุกรรมทำผมตรงในครั้งนี้ มีเหตุผลแตกต่างไปจากเมื่อคราวเป็นวัยรุ่นที่น้อยใจในโชคชะตา
ฉันเพียงอยากจะทำผมทรงนี้ ในสภาวะที่ผมหยิกผมซอยกำลังมาแรง ฉันก็แค่อยาก back to basic หลังจากทำร้ายหัวตัวเองด้วยสารเคมีทั้งดัด กัด ย้อม มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ไม่ได้จะอินเทรนด์ ไม่ได้ตามแฟชั่นอีกต่อไป
แม้ว่าหลังๆ มานี้จะพบว่าหญิงสาวหลายคนเริ่มมีทรงผมคล้ายฉัน รวมทั้งการไปนั่งในร้านทำผม 10 ชั่วโมงเมื่อเสาร์ที่ผ่านมา มีคนตัดทรงเดียวกับฉัน 4 คน !!!! (ช่างน่าเบื่อหน่ายจริงๆ)
อา...ไม่มีใครบอกหรือว่า ผมแบบฉันนี่เค้าสงวนให้คนขี้เหร่ทำเท่านั้น
คนสวยก็ deserve ที่จะไปทำผมทรงอื่น ฉันคิดว่าอย่างนั้นจริงๆ นะ
ใครหลายคนบอกว่า ฉันคงเป็นวัยรุ่นช้า ทุกวันนี้ถึงได้พยายามทำตัวเป็นเด็ก
บ้างบอกว่า พอดูได้ บ้างคงค่อนขอดว่าไม่สมวัย (โดยไม่ให้ฉันได้ยิน แต่ฉันสัมผัสได้ด้วยพลังจิต 555+)
บางคนทำสีหน้าบรรยายได้ยาก เวลาเห็นฉันทำผม แต่งหน้า แต่งตัว
หรือแม้แต่พ่อ ยังบอกว่า ลูกสาวตัวเองเหมือน "กระเทยควาย"
แต่พ่อจะรู้หรือไม่ว่า คำค่อนขอด เสียงแซวทั้งหลายเหล่านั้น ไม่สามารถทำอะไรฉันไ้ด้เลย (หึ หึ หึ)
ขอบคุณความมั่นใจ ถึงแม้จะเดินทางมาหาฉันช้าไปสักหน่อย
หากความสวยงามตามแบบของฉันไม่ติดอยู่ในเทรนด์ที่กำลังฮิต ฉันก็จะไม่โศกเศร้าเสียใจและก่นด่าพันธุกรรมของตัวเองอีกต่อไป
....เพราะฉันจะเป็นแบบนี้ ใครจะทำไม......
นอกนั้นก็อาจะมีตัดผมแตกปลาย หรือสระไดร์บ้าง ตามแต่โอกาสพิเศษต่างๆ
ซึ่งเฉลี่ยแล้ว ประมาณ 3-4 เดือน ต่อครั้ง
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตรงกับวาระครบรอบปีของการยืดผมถาวร หรือที่เรียกว่า รีบอนดิ้ง ของดิฉันเอง
โดยพันธุกรรมแล้วฉันมีเส้นผมที่ ใหญ่ แข็ง ฟู และหยักศก ซึ่งไม่เป็นที่นิยม ในสมัยที่ฉันเป็นวัยรุ่น
เรียกว่า หัวกบาล ไม่ตามเทรนด์
พอผ่านพ้นชีวิตมัธยมเข้าสู่รั้วมหาิวิทยาลัย ฉันจึงหาทางออกให้กับหัวฟูๆ ของตัวเองด้วยการ "ดัดหยิก"
เพราะสมัยนั้น การยืดผมถาวรยังไม่ถือกำเนิด (ไม่จำเป็นต้องคำนวนอายุฉันให้วุ่นวาย)
และฉันมีชีวิตควบคู่ไปกับหัวที่ฟูฟ่องล่องลอยอยู่ราวๆ 5-6 ปี
ใครไม่เกิดเป็นผู้หญิงคงยากจะเข้าใจว่า กว่าชีวิตหนึ่งจะค้นพบว่าหนังหน้าตัวเองเหมาะกับทรงผมประมาณไหนนั้น มันต้องใช้เวลาศึกษาและค้นหากันนานพอดู
(แต่ก็น่าอิจฉาเด็กสาวสมัยนี้ ที่ดูจะเป็นสาวรวดเร็วว่องไวกว่าสมัยของฉันมาก)
การจะไปทำผม เปลี่ยนทรงผมแต่ละครั้ง จำเป็นต้องคิดแล้วคิดอีก เลือกช่างที่ไว้วางใจได้
เพราะเสื้อผ้านั้น ซื้อมาแล้วใส่ไม่สวย ยังเขวี้ยงทิ้งได้ แต่หัวกบาลเล่า ถ้าตัดแล้วอัปรีย์ จะถอดทิ้งได้หรืออย่างไร?
คุณๆ ผู้ชายทั้งหลายทราบหรือไม่ว่า การยืดผมถาวรนั้นกินเวลารวมๆ แล้วโดยเฉลี่ยประมาณ 6 ชั่วโมง
สถิติน้อยที่สุดที่ฉันเคยทำคือ 5 ชั่วโมง ซึ่งผลที่ได้ไม่เป็นที่น่าพอใจ
และสถิติที่นานที่สุดคือครั้งล่าสุดเมื่อเสาร์นี้ --- ทั้งหมด 10 ชั่วโมง !!!
ใครจะหาว่าฉันเป็นพวกรักสวยรักงามจนเวอร์ก็ช่าง แต่ฉันว่าไปอดทนนั่งตูดด้านปีละหนก็คุ้มไม่เลว
เพราะไม่ต้องไปสระไดร์ไปอีกนาน คิดรวบๆดูแล้ว ไปสระไดร์ที่ร้านครั้งละ 60-70 ถ้าไปบ่อยก็เป็นเงินมากโข แถมโดนความร้อนหนักๆเข้าผมก็เสียอีก
ทีแรกก็คิดจะปล่อยมันไป ให้มันงอกออกมาเป็นผมตามธรรมชาติ แต่ก็ไม่สามารถทนสภาพที่หัวด้านบนฟู แต่ด้านล่างลีบแบนได้
ถึงฉันจะไม่ได้ห่วงว่าผมจะต้องสวยตลอดเวลาเท่าไหร่นัก แต่บางครั้งจะออกงานแล้วต้องวิ่งโร่ไปหาช่างทำผม หรือบางวันขี้เกียจ แต่ก็ยังแอบอยากสวย การไปยืดผมนี่แหละ ดีชะงัดนัก เพราะแค่สระ แล้วสะบัดๆๆ เป่าๆๆ (คล้ายหมาสลัดขน) ผมก็จะยังสลวยสวยเก๋ ราวกับพ่อแม่ทำออกมาเป็นคนผมตรงแต่กำเนิด ยังไงยังงั้น
ใครเป็นคนเซตกฏของความงามเอาไว้ไม่ทราบแน่ชัด รู้แต่ว่าในยุคสิบปีก่อน หญิงงามต้องมีผมตรง และเพื่อนคนที่ผมตรงสวยเท่านั้นที่มัดใจชายหนุ่มได้ สร้างความอิจฉาให้เรายิ่งนัก
ยามไปเข้าค่าย พอนอนหลับตื่นมา ก็ดูจะมีแต่ฉันคนเดียว ที่หัวฟูน่าเกลียด น่าน้อยใจจริงๆ
ดังนั้น ในโลกสมัยเมื่อฉันเป็นวัยรุ่น จึงไม่มีที่ให้คนหัวฟูได้หยัดยืน (เวอร์ไปไหม) และนั่นอาจสร้างปมด้อยเล็กๆ ในใจฉัน ให้โตมาเป็นคนมั่นใจไร้สติก็เป็นได้ (เห็นด้วยหรือไม่)
ต่างกับสมัยนี้ ที่เด็กสาวเป็นตัวของตัวเองได้อย่างอิสระเสรี นึกอยากสั้นก็สั้น อยากยาวก็ยาว ผมหยิกก็สวยเก๋ ผมยาวก็น่ารักคิกขุ จะทำอะไรก็ได้ไปเสียหมด หน้าไม่สวยก็ทำผมให้แนวเข้าไว้ สร้างคาแรคเตอร์กันเสียอย่างนั้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่คนขี้เหร่ ตัดทรงอะไร ยังไงก็ีขี้เหร่วันยังค่ำ...อย่าได้คิดจะเซลฟ์ซะให้ยาก
เด็กสมัยนี้เลยดูมั่นๆ ไม่สนโลก ประมาณว่า ฉันเป็นฉันเอง ใครจะทำไม
นึกแล้วก็อยากให้ตัวเองเป็นวัยรุ่นยุคนี้ดูบ้าง เผื่อจะได้มีวัยเด็กที่สดใส
ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณอาจกำลังนึกว่าอ่านเรื่องราวชีวิตขมขื่นของคุณป้าคนหนึ่งอยู่
จริงๆ มันก็ไม่เลวร้ายขนาดนั้น แต่มันก็มีส่วนจริงที่ว่า ความขี้เหร่ ความงามที่ไม่เข้ายุคเข้าสมัย หน้าตาที่ไม่ตรงกับสมัยนิยม รูปร่างแบบสตรียุคฟื้นฟูศิลปะวัฒนธรรม และอื่นๆอีกมากมาย มีส่วนทำให้เด็กหญิงคนหนึ่งอาจจะเก็บกด และเอามาปล่อย ระบาย เมื่อวุฒิภาวะ วัยวุฒิ และเงินตราของเธอเือื้ออำนวย
หากแต่การดัดแปลงพันธุกรรมทำผมตรงในครั้งนี้ มีเหตุผลแตกต่างไปจากเมื่อคราวเป็นวัยรุ่นที่น้อยใจในโชคชะตา
ฉันเพียงอยากจะทำผมทรงนี้ ในสภาวะที่ผมหยิกผมซอยกำลังมาแรง ฉันก็แค่อยาก back to basic หลังจากทำร้ายหัวตัวเองด้วยสารเคมีทั้งดัด กัด ย้อม มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ไม่ได้จะอินเทรนด์ ไม่ได้ตามแฟชั่นอีกต่อไป
แม้ว่าหลังๆ มานี้จะพบว่าหญิงสาวหลายคนเริ่มมีทรงผมคล้ายฉัน รวมทั้งการไปนั่งในร้านทำผม 10 ชั่วโมงเมื่อเสาร์ที่ผ่านมา มีคนตัดทรงเดียวกับฉัน 4 คน !!!! (ช่างน่าเบื่อหน่ายจริงๆ)
อา...ไม่มีใครบอกหรือว่า ผมแบบฉันนี่เค้าสงวนให้คนขี้เหร่ทำเท่านั้น
คนสวยก็ deserve ที่จะไปทำผมทรงอื่น ฉันคิดว่าอย่างนั้นจริงๆ นะ
ใครหลายคนบอกว่า ฉันคงเป็นวัยรุ่นช้า ทุกวันนี้ถึงได้พยายามทำตัวเป็นเด็ก
บ้างบอกว่า พอดูได้ บ้างคงค่อนขอดว่าไม่สมวัย (โดยไม่ให้ฉันได้ยิน แต่ฉันสัมผัสได้ด้วยพลังจิต 555+)
บางคนทำสีหน้าบรรยายได้ยาก เวลาเห็นฉันทำผม แต่งหน้า แต่งตัว
หรือแม้แต่พ่อ ยังบอกว่า ลูกสาวตัวเองเหมือน "กระเทยควาย"
แต่พ่อจะรู้หรือไม่ว่า คำค่อนขอด เสียงแซวทั้งหลายเหล่านั้น ไม่สามารถทำอะไรฉันไ้ด้เลย (หึ หึ หึ)
ขอบคุณความมั่นใจ ถึงแม้จะเดินทางมาหาฉันช้าไปสักหน่อย
หากความสวยงามตามแบบของฉันไม่ติดอยู่ในเทรนด์ที่กำลังฮิต ฉันก็จะไม่โศกเศร้าเสียใจและก่นด่าพันธุกรรมของตัวเองอีกต่อไป
....เพราะฉันจะเป็นแบบนี้ ใครจะทำไม......

เป็นสาวช้า
คนผมตรงอยากหยิก ผมหยิกก็อยากตรง
ตอนนี้เลยตัดผมม้ากระชากวัยอยู่ 555+
#1 By (^_^)/nana on 2008-03-19 15:21