สายตาของพ่อแม่
posted on 20 Mar 2008 11:32 by nyanta
ตั้งแต่จำความได้ ไม่ต้องมีใครบอก ฉันก็พอจะจัดเรตครอบครัวตัวเองได้ว่า
อยู่ในระดับ "ต่ำสุด" ของตระกูล
จริงอยู่ว่าบ้านเราไม่ได้จน แต่บังเอิญคนอื่นๆ เกิดรวยกว่า
เมื่อลูกสาวคนอื่นๆ ของยาย พากันแต่งงานกับชายหนุ่มที่ร่ำรวย และมีหน้าที่การงานอันเป็นที่เชิดหน้าชูตา
แม่ฉันที่บังเอิญมาเลือกครูจนๆ และเลือกที่จะไม่ย้ายรกรากไปเมืองหลวง
เลยมีสภาพ (ที่แม้่ใครไม่พูดออกมา แต่ฉันก็รู้) เป็นแค่
พี่สาวบ้านนอก กับผัวจนๆ ที่อยู่เฝ้าบ้านเก่าโทรม ที่ต่างจังหวัด
เพราะความรวย รวยกว่า และรวยกว่ากว่า
ยศที่ใหญ่กว่า กว่ากว่า และกว่ากว่ากว่า
ของเขยคนอื่นๆ
โดยไม่รู้ตัว ไม่ได้กดดันตัวเอง ไม่ได้น้อยเนื้อต่ำใจ ไม่ได้ตั้งใจ
ยายฉัน ในฐานะแม่ของเมียๆ ทั้งหลาย ก็ "กด" และ "จิก" ใช้พ่อฉัน
ทั้งด้วยคำพูด วาจา ท่าทาง น้ำเสียง การกล่าวอ้างถึง ทรรศนคติ และอื่นๆอีกมากมาย
แต่เชื่อเถอะว่าพ่อแม่ไม่รู้ตัว และก็คงจะไม่ได้เก็บมาคิดมาก
ตลอดจนญาติโยมคนอื่นๆของฉันก็เป็นคนดี ไม่ได้ตั้งท่ารังเกียจหรือเหยียดชนชั้นแต่อย่างใด
แต่ฉันรู้สึก
ฉันที่ถึงแม้จะเป็นแค่เด็ก เด็กกว่า และเด็กกว่านี้ ฉันก็รู้สึก
ทั้งที่จริงแล้ว คนที่คอยดูแล ซื้อกับข้าว ซ่อมปลั๊กไฟ ซ่อมรถ ออกค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ค่าน้ำค่าไฟค่าหนังสือพิมพ์ค่าขนม ค่าหยูกยา จิปาถะ ก็พ่อแม่ฉันทั้งนั้น
จริงอยู่ว่าคนอื่นก็ไม่ได้ละเลยเรื่องส่งเสียเงินทอง
แต่เป็นความจริงที่น่าปวดใจว่า คนอยู่ด้วยไม่เคยได้รับเสียงเยินยอ เพราะอยู่ด้วยกันทุกวันจึงเจอแต่ข้อผิดพลาดของกันและกัน
และสิ่งที่ได้รับจากการเฝ้าปรนนิบัติรับใช้มีเพียงคำก่นด่า
ผ่านเลยมาในช่วงที่พ่อแม่กำลังจะกลายเป็นปู่ย่าตายาย
ทั้งที่อย่างน้อยก็น่าจะซาบซึ้งกับสิ่งที่ตัวเองก็เคยโดนบ้าง แต่ก็กลับไม่
ยังคงตีค่า ตัดสินคนด้วยเงิน
บูชาลูกสะใภ้ไฮโซ หลานเขยที่ร่ำรวย ที่นานๆจะเจอกันสักครั้ง เอาไว้เหนือหัว
แต่กดขี่ เหยียดหยัน ดูถูกดูแคลน "ว่าที่" ลูกเขย อันจะเกิดจากลูกสาวตัวเอง เอาไว้ต่ำกว่าเท้า
แ่ค่เพราะไม่รวย แค่เพราะไม่ได้ขับรถยนต์ แค่เพราะมอเตอร์ไซค์ที่มีมันไม่ได้แค่เก่า แต่มันเก่ายิ่งกว่าเก่า
แค่เพราะไม่ได้เป็นหนุ่มแบงค์ แค่เพราะไม่ได้เป็นนักบิน
แค่เพราะไม่ได้เป็นคนกรุงเทพ
แต่เป็นแค่คนเมือง พูดจาติดสำเนียงเมือง บ้านอยู่แค่ต่างอำเภอ
และอีกสารพัด "แค่" แต่มันเพียงพอ ที่คนในบ้านฉัน จะ treat เค้าด้วยคำพูดที่ไม่ต้องมีำคำว่าเกรงใจ
ไม่ต้องนึกถึงหัวอกใคร ไม่ต้องรักษาน้ำใจ ไม่ต้องระแวดระวังคำพูด
ทำให้ความเป็นกันเอง เลยเถิดมาเป็นความ "ไม่นับถือในความเป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกัน" ของคนอีกคน
และราวกับกาารกระทำทั้งหมด ทำแบบ ข้ามหัวฉัน
ถึงจะจนแค่ไหน แต่ก็เป็นคนของฉัน มีสิทธิ์อะไรที่คนใช้จะมาขึ้นเสียง วางอำนาจใส่
ถึงจะเป็นพ่อแม่ แล้วมีสิทธิ์อะไรที่นึกอยากจะกดใครด้วยส้นเท้่า ก็ทำ นึกอยากจะใช้ก็จิกหัวใช้
บ่นว่า ด่าทอ เสียดสี ประชดประชัน แต่พอหาใครไม่ได้ ก็เรียกใช้
หรือฉันควรอพยพย้ายออกไป ทำตัวให้เป็นคนไกล เมื่อเรียกใช้สอยไม่ได้ ไม่ได้อยู่ใกล้ให้เห็นความผิด ฉันจะกลายเป็นคนดี มีค่าแก่การถูกเคารพในความเป็นคนขึ้นมาบ้าง
เวลาเกิดเหตุการณ์ที่เป็น conflict ระหว่างคนกรุงกับคนบ้านนอก เชื่อหรือไม่ว่า หลายครั้งเราพบว่า ไม่ใช่คนจากเมืองหลวงหรอกที่ดูถูกดูแคลนเรา
แต่เป็นคนบ้านนอกคอกตื้อ คนจนด้วยกันนี่แหละ ที่ดูถูกกันเอง
ฉันไม่มองว่ามันเป็นแค่การ "พูดเล่น" หรือ "ติเตียน" ของผู้ใหญ่หรอกนะ
ฉันถือว่ามันคือการ dehumanize ฉันกำลังถูกลดทอนคุณค่าของความเป็นคน
และฉันไม่ได้พูดเกินจริง....
จะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปอีกซักกี่รุ่น อีกกี่ generation
หรือจะให้ต้องเป็นฉันอีกคน ที่ลุกขึ้นมาถามลูกเขยตัวเองว่า "ขอโทษนะจ๊ะ เธอขับรถอะไร"....
อย่างนั้นเหรอ?
อยู่ในระดับ "ต่ำสุด" ของตระกูล
จริงอยู่ว่าบ้านเราไม่ได้จน แต่บังเอิญคนอื่นๆ เกิดรวยกว่า
เมื่อลูกสาวคนอื่นๆ ของยาย พากันแต่งงานกับชายหนุ่มที่ร่ำรวย และมีหน้าที่การงานอันเป็นที่เชิดหน้าชูตา
แม่ฉันที่บังเอิญมาเลือกครูจนๆ และเลือกที่จะไม่ย้ายรกรากไปเมืองหลวง
เลยมีสภาพ (ที่แม้่ใครไม่พูดออกมา แต่ฉันก็รู้) เป็นแค่
พี่สาวบ้านนอก กับผัวจนๆ ที่อยู่เฝ้าบ้านเก่าโทรม ที่ต่างจังหวัด
เพราะความรวย รวยกว่า และรวยกว่ากว่า
ยศที่ใหญ่กว่า กว่ากว่า และกว่ากว่ากว่า
ของเขยคนอื่นๆ
โดยไม่รู้ตัว ไม่ได้กดดันตัวเอง ไม่ได้น้อยเนื้อต่ำใจ ไม่ได้ตั้งใจ
ยายฉัน ในฐานะแม่ของเมียๆ ทั้งหลาย ก็ "กด" และ "จิก" ใช้พ่อฉัน
ทั้งด้วยคำพูด วาจา ท่าทาง น้ำเสียง การกล่าวอ้างถึง ทรรศนคติ และอื่นๆอีกมากมาย
แต่เชื่อเถอะว่าพ่อแม่ไม่รู้ตัว และก็คงจะไม่ได้เก็บมาคิดมาก
ตลอดจนญาติโยมคนอื่นๆของฉันก็เป็นคนดี ไม่ได้ตั้งท่ารังเกียจหรือเหยียดชนชั้นแต่อย่างใด
แต่ฉันรู้สึก
ฉันที่ถึงแม้จะเป็นแค่เด็ก เด็กกว่า และเด็กกว่านี้ ฉันก็รู้สึก
ทั้งที่จริงแล้ว คนที่คอยดูแล ซื้อกับข้าว ซ่อมปลั๊กไฟ ซ่อมรถ ออกค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ค่าน้ำค่าไฟค่าหนังสือพิมพ์ค่าขนม ค่าหยูกยา จิปาถะ ก็พ่อแม่ฉันทั้งนั้น
จริงอยู่ว่าคนอื่นก็ไม่ได้ละเลยเรื่องส่งเสียเงินทอง
แต่เป็นความจริงที่น่าปวดใจว่า คนอยู่ด้วยไม่เคยได้รับเสียงเยินยอ เพราะอยู่ด้วยกันทุกวันจึงเจอแต่ข้อผิดพลาดของกันและกัน
และสิ่งที่ได้รับจากการเฝ้าปรนนิบัติรับใช้มีเพียงคำก่นด่า
ผ่านเลยมาในช่วงที่พ่อแม่กำลังจะกลายเป็นปู่ย่าตายาย
ทั้งที่อย่างน้อยก็น่าจะซาบซึ้งกับสิ่งที่ตัวเองก็เคยโดนบ้าง แต่ก็กลับไม่
ยังคงตีค่า ตัดสินคนด้วยเงิน
บูชาลูกสะใภ้ไฮโซ หลานเขยที่ร่ำรวย ที่นานๆจะเจอกันสักครั้ง เอาไว้เหนือหัว
แต่กดขี่ เหยียดหยัน ดูถูกดูแคลน "ว่าที่" ลูกเขย อันจะเกิดจากลูกสาวตัวเอง เอาไว้ต่ำกว่าเท้า
แ่ค่เพราะไม่รวย แค่เพราะไม่ได้ขับรถยนต์ แค่เพราะมอเตอร์ไซค์ที่มีมันไม่ได้แค่เก่า แต่มันเก่ายิ่งกว่าเก่า
แค่เพราะไม่ได้เป็นหนุ่มแบงค์ แค่เพราะไม่ได้เป็นนักบิน
แค่เพราะไม่ได้เป็นคนกรุงเทพ
แต่เป็นแค่คนเมือง พูดจาติดสำเนียงเมือง บ้านอยู่แค่ต่างอำเภอ
และอีกสารพัด "แค่" แต่มันเพียงพอ ที่คนในบ้านฉัน จะ treat เค้าด้วยคำพูดที่ไม่ต้องมีำคำว่าเกรงใจ
ไม่ต้องนึกถึงหัวอกใคร ไม่ต้องรักษาน้ำใจ ไม่ต้องระแวดระวังคำพูด
ทำให้ความเป็นกันเอง เลยเถิดมาเป็นความ "ไม่นับถือในความเป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกัน" ของคนอีกคน
และราวกับกาารกระทำทั้งหมด ทำแบบ ข้ามหัวฉัน
ถึงจะจนแค่ไหน แต่ก็เป็นคนของฉัน มีสิทธิ์อะไรที่คนใช้จะมาขึ้นเสียง วางอำนาจใส่
ถึงจะเป็นพ่อแม่ แล้วมีสิทธิ์อะไรที่นึกอยากจะกดใครด้วยส้นเท้่า ก็ทำ นึกอยากจะใช้ก็จิกหัวใช้
บ่นว่า ด่าทอ เสียดสี ประชดประชัน แต่พอหาใครไม่ได้ ก็เรียกใช้
หรือฉันควรอพยพย้ายออกไป ทำตัวให้เป็นคนไกล เมื่อเรียกใช้สอยไม่ได้ ไม่ได้อยู่ใกล้ให้เห็นความผิด ฉันจะกลายเป็นคนดี มีค่าแก่การถูกเคารพในความเป็นคนขึ้นมาบ้าง
เวลาเกิดเหตุการณ์ที่เป็น conflict ระหว่างคนกรุงกับคนบ้านนอก เชื่อหรือไม่ว่า หลายครั้งเราพบว่า ไม่ใช่คนจากเมืองหลวงหรอกที่ดูถูกดูแคลนเรา
แต่เป็นคนบ้านนอกคอกตื้อ คนจนด้วยกันนี่แหละ ที่ดูถูกกันเอง
ฉันไม่มองว่ามันเป็นแค่การ "พูดเล่น" หรือ "ติเตียน" ของผู้ใหญ่หรอกนะ
ฉันถือว่ามันคือการ dehumanize ฉันกำลังถูกลดทอนคุณค่าของความเป็นคน
และฉันไม่ได้พูดเกินจริง....
จะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปอีกซักกี่รุ่น อีกกี่ generation
หรือจะให้ต้องเป็นฉันอีกคน ที่ลุกขึ้นมาถามลูกเขยตัวเองว่า "ขอโทษนะจ๊ะ เธอขับรถอะไร"....
อย่างนั้นเหรอ?

#1 By General เบ๊ on 2008-03-20 12:15