Artist Alientaion ว่าด้วยเรื่องของการ act art ผิดที่ผิดทาง
posted on 26 Mar 2008 14:56 by nyanta
(ได้รับแรงบันดาลจากคำพูดของคุณโลเล และสภาพชีวิตจริง ในการทำงาน)
เมืองเชียงใหม่ วัฒนธรรมเชียงใหม่ คนเชียงใหม่
การประกอบอาชีพในเชียงใหม่ เงินเดือนของคนเชียงใหม่ การขนส่งทางบกของเชียงใหม่
ตลอดจนระบบระเบียบ วิธีการดำเนินชีวิต และจัดการชีวิตของคนเชียงใหม่นั้น เป็นเรื่องที่ "คิดหรือว่ามาอยู่แค่สามสี่ปีแล้วจะรู้ซึ้งดีแล้ว"
หาไม่แล้ว ร้านรวงทั้งอินดี้และเฟรนไชส์ คงไม่ต้องม้วนเสื่อ เจ๊งไม่เป็นท่ากันไม่รู้กี่รายต่อกี่ราย หอบผ้าผ่อนกลับบ้านไปแทบไม่ทันกันหรอก
เหตุเพราะที่นี่คือ "เชียงใหม่" ถ้าคิดจะมาขุดทอง หรือคิดว่า life is easy here ก็คิดผิดแล้ว
ถ้าพ่อแม่ไม่ได้ร่ำรวยมีเงินถุงเงินถัง ก็อย่าคิดหวังว่าจะได้มานั่งเอ้อระเหยลอยชายบนถนนนิมมานเหมินท์ได้ทั้งวันหรอกนะ
มันเป็นไปไม่ได้ในหลักความเป็นจริงทั้งมวล
บางคนมาถึงแล้วบอก เมืองน่ารักมาก อยากมาอยู่จัง ถ้ามาอยู่แล้วคงไม่ทำอะไร กินๆ นอนๆ นั่งร้านกาแฟ อ่านหนังสือทั้งวัน
ถามหน่อยว่า ในชีวิตจริง ใครมันจะขี้เกียจสันหลังยาวได้ถึงเพียงนั้น ไม่คิดจะทำมาหากินเลยหรือไง?
ศิลปินเชียงใหม่ ไม่ได้ติสท์จ๋าเหมือนที่กรุงเทพ (หมายถึงคน native, genuine chiang mai ไม่ใช่คนอพยพนะ)
บางคนยังใส่รองเท้าแตะคีบ เล็บดำ ไม่ได้ทำผมทรงเดรดล๊อค หรือขับรถเวสป้า โฟล์คเต่า ฮอนด้ารุ่นแรกแต่อย่างใด
แต่ขี่ฮอนด้าดรีมธรรมดา ตัดผมรองทรง ไม่ได้ไว้หนวดเครา และอื่นๆ....เหมือนศิลปินแบบที่เคยเห็นในหนังไทย (อันได้ภาพลักษณ์มาจาก เมืองหลวง) หรอกนะ
ดีไซน์เนอร์เชียงใหม่ ถ้าเจอในตลาด อาจจะนึกว่า นี่ลุงที่ไหน (ช่างไม่มีมาดเอาเสียเลย) ก็ได้
นักเขียนเชียงใหม่ ก็ยังไปจ่ายตลาด ฟังเพลงอาร์เอส ดูหนังที่เมเจอร์ซีเนเพลกซ์ อ่านหนังสือได้ตั้งแต่คู่สร้างคู่สมยันงานเขียนของวินทร์ เลียววารินทร์
การประกอบอาชีพในเชียงใหม่ก็เยี่ยงกัน
ตอนที่ไปงานทะลุหูขวาตอน The Message
คุณโลเลพูดเอาไว้ ไม่ถึงกับ quote คำพูดได้ เพียงแต่เป็นสิ่งที่ฟังแล้วพยักหน้าหงึกหงักกับแฟน เพราะมันคือสิ่งที่พวกเราก็คิดมาโดยตลอด
ซึ่งคุณโลเลพูดทำนองว่า "งานที่เราอยากทำจริงๆ มันอาจเลี้ยงชีวิตเราไม่ได้ แต่เราก็มีอีกส่วนหนึ่งของชีวิตที่ทำงานที่สร้างรายได้ได้จริงๆ และถีงตอนนั้น เราอยากจะทำงานศิลปะ หรือทำอะไรที่อยากทำจริงๆ ก็ทำได้ โดยไม่ต้องกังวลหรือเป็นห่วง ว่าเราจะสามารถอยู่ได้เพราะมันหรือไม่" (ถ้าจำมาผิดพลาดขออภัยนะคะ)
ด้วยขนาดของเมือง วิถีชีวิตของคนหมู่มาก ยังเป็นชาวบ้าน อีลุงอีป้าแถวบ้านจะเข้าใจไหมล่ะ ถ้างานคุณอาร์ตจ๋าขนาดนั้น
ฉันมองว่าคนฉลาดควรแบ่งให้เป็น หรืออย่างน้อยก็หาสมดุลให้เจอระหว่างงานที่ทำจริงๆ เพื่อรับเงินเดือน กับงานที่อยากทำ
ไม่ถึงกับต้องก้มหน้าก้มตาทำงานที่ไม่ชอบสุดใจขาดดิ้น
แต่เราเลือกได้หรือ เลือกบริษัท เลือกเจ้านายได้หรือยังไง เลือกได้เหรอว่าอยากให้ทุกอย่างได้ดั่งใจไปเสียหมด
เว้นเสียแต่คุณจะเป็นนายตัวเอง (ซึ่งถ้าทำธุรกิจ คุณก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเจอลูกค้าแย่ๆ อีกเหมือนกัน)
หัดทำใจยอมรับเสียบ้าง ไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการไปเสียหมดหรอก
ถ้าอยากได้ความก้าวหน้า เงินเดือนสูง อยากทำงานอาร์ตติสสุดพลัง อยากพบเจอสัมภาษณ์นักเขียนดัง อยากทำคอลัมน์ท่องเที่ยวต่างประเทศ อยากโน่นอยากนี่ แนะนำว่าให้อยู่เมืองหลวงต่อไป อย่าดั้นด้นมาเลย
แต่ถ้าพลั้งปากพูดไปเสียแล้วว่าชอบความ "ง่ายๆ" ของเมือง อยากอยู่ที่นี่ ก็ทำใจซะ ถ้าจะต้องออกแบบแอดโฆษณาน้ำพริกน้ำปลา สินค้าโอท๊อป หมูหยอง แหนมไบโอเทค
ทำใจซะว่าต้องเขียนคอลัมน์แนะนำวัด (ที่นี่เมืองท่องเที่ยว ความจริงอย่างหนึ่งที๋ฉันก็เซ็ง แต่เถียงไม่ได้ว่าเรามีรายได้เพราะมัน)
ทำใจซะถ้าต้องทำอะไรเอาใจลูกค้า ในเมื่อนิตยสารขายยังเป็นไปไม่ได้ในประเทศเชียงใหม่ (ถึงเป็นไปได้ กำไรก็ยังไม่งาม) และเรายังต้องพึ่งพาลูกค้าเหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ถึงบางทีจะเกลียดมันแค่ไหน แต่ยังไงก็ยังต้องง้อมัน ต่อให้เป็นหนังสือขาย คุณก็ต้องมีแอดอยู่ดี หรือถึงจะพ๊อคเก็ตบุ๊ค คุณก็อาจจะเจอสายส่งเฮงซวยก็ได้.....ทำใจซะ
แต่ถ้าทำใจไม่ได้ ก็กลับถิ่นฐานบ้านเกิดไปซะเหอะ
เอนทรีนี้ไม่ได้จะเขียนเพื่อขับไล่ไสส่งใครหรอกนะ ลึกๆแล้วภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนเชียงใหม่ จังหวัดที่ใครก็อยากมาอยู่ แต่ขอร้อง ไม่ต้องมากันเยอะ ถ้ามาแล้วจะมาสลิด นึกว่าที่นี่จะเหมือนกรุงเทพ ก็อย่ามาดีกว่า เพราะไม่ต้องมีใครออกปากไล่ คุณก็อยู่ไม่รอดหรอก ถ้าไม่ทำตัวให้เข้าใจเมือง
หรือจะรออีกซักยี่สิบปีก็ได้ ค่อยมาใหม่ ถึงตอนนั้นประเทศเชียงใหม่เราคงจะเริ่มติสท์ๆ กว่านี้ พอให้คุณได้หายใจหายคอคล่องขึ้นบ้างล่ะมั้ง
ลงท้าย
หยุดเสียทีกับประโยคคำถามที่ว่า "ทำไมคนเชียงใหม่ถึงได้...." แล้วตามด้วย adjective มากมาย
เพราะคำตอบเดียวที่ฉันจะตอบได้คือ ก็ที่นี่มันเชียงใหม่ ไม่ใช่จังหวัด..... (อื่นๆ ที่ไม่ใช่เมืองหลวงเท่านั้น)
เบื่อเหลือเกินกับความ "สลิด" หลากหลายที่ได้พบเห็น
ขออภัยถ้าทำให้ใครขุ่นเคือง
เมืองเชียงใหม่ วัฒนธรรมเชียงใหม่ คนเชียงใหม่
การประกอบอาชีพในเชียงใหม่ เงินเดือนของคนเชียงใหม่ การขนส่งทางบกของเชียงใหม่
ตลอดจนระบบระเบียบ วิธีการดำเนินชีวิต และจัดการชีวิตของคนเชียงใหม่นั้น เป็นเรื่องที่ "คิดหรือว่ามาอยู่แค่สามสี่ปีแล้วจะรู้ซึ้งดีแล้ว"
หาไม่แล้ว ร้านรวงทั้งอินดี้และเฟรนไชส์ คงไม่ต้องม้วนเสื่อ เจ๊งไม่เป็นท่ากันไม่รู้กี่รายต่อกี่ราย หอบผ้าผ่อนกลับบ้านไปแทบไม่ทันกันหรอก
เหตุเพราะที่นี่คือ "เชียงใหม่" ถ้าคิดจะมาขุดทอง หรือคิดว่า life is easy here ก็คิดผิดแล้ว
ถ้าพ่อแม่ไม่ได้ร่ำรวยมีเงินถุงเงินถัง ก็อย่าคิดหวังว่าจะได้มานั่งเอ้อระเหยลอยชายบนถนนนิมมานเหมินท์ได้ทั้งวันหรอกนะ
มันเป็นไปไม่ได้ในหลักความเป็นจริงทั้งมวล
บางคนมาถึงแล้วบอก เมืองน่ารักมาก อยากมาอยู่จัง ถ้ามาอยู่แล้วคงไม่ทำอะไร กินๆ นอนๆ นั่งร้านกาแฟ อ่านหนังสือทั้งวัน
ถามหน่อยว่า ในชีวิตจริง ใครมันจะขี้เกียจสันหลังยาวได้ถึงเพียงนั้น ไม่คิดจะทำมาหากินเลยหรือไง?
ศิลปินเชียงใหม่ ไม่ได้ติสท์จ๋าเหมือนที่กรุงเทพ (หมายถึงคน native, genuine chiang mai ไม่ใช่คนอพยพนะ)
บางคนยังใส่รองเท้าแตะคีบ เล็บดำ ไม่ได้ทำผมทรงเดรดล๊อค หรือขับรถเวสป้า โฟล์คเต่า ฮอนด้ารุ่นแรกแต่อย่างใด
แต่ขี่ฮอนด้าดรีมธรรมดา ตัดผมรองทรง ไม่ได้ไว้หนวดเครา และอื่นๆ....เหมือนศิลปินแบบที่เคยเห็นในหนังไทย (อันได้ภาพลักษณ์มาจาก เมืองหลวง) หรอกนะ
ดีไซน์เนอร์เชียงใหม่ ถ้าเจอในตลาด อาจจะนึกว่า นี่ลุงที่ไหน (ช่างไม่มีมาดเอาเสียเลย) ก็ได้
นักเขียนเชียงใหม่ ก็ยังไปจ่ายตลาด ฟังเพลงอาร์เอส ดูหนังที่เมเจอร์ซีเนเพลกซ์ อ่านหนังสือได้ตั้งแต่คู่สร้างคู่สมยันงานเขียนของวินทร์ เลียววารินทร์
การประกอบอาชีพในเชียงใหม่ก็เยี่ยงกัน
ตอนที่ไปงานทะลุหูขวาตอน The Message
คุณโลเลพูดเอาไว้ ไม่ถึงกับ quote คำพูดได้ เพียงแต่เป็นสิ่งที่ฟังแล้วพยักหน้าหงึกหงักกับแฟน เพราะมันคือสิ่งที่พวกเราก็คิดมาโดยตลอด
ซึ่งคุณโลเลพูดทำนองว่า "งานที่เราอยากทำจริงๆ มันอาจเลี้ยงชีวิตเราไม่ได้ แต่เราก็มีอีกส่วนหนึ่งของชีวิตที่ทำงานที่สร้างรายได้ได้จริงๆ และถีงตอนนั้น เราอยากจะทำงานศิลปะ หรือทำอะไรที่อยากทำจริงๆ ก็ทำได้ โดยไม่ต้องกังวลหรือเป็นห่วง ว่าเราจะสามารถอยู่ได้เพราะมันหรือไม่" (ถ้าจำมาผิดพลาดขออภัยนะคะ)
ด้วยขนาดของเมือง วิถีชีวิตของคนหมู่มาก ยังเป็นชาวบ้าน อีลุงอีป้าแถวบ้านจะเข้าใจไหมล่ะ ถ้างานคุณอาร์ตจ๋าขนาดนั้น
ฉันมองว่าคนฉลาดควรแบ่งให้เป็น หรืออย่างน้อยก็หาสมดุลให้เจอระหว่างงานที่ทำจริงๆ เพื่อรับเงินเดือน กับงานที่อยากทำ
ไม่ถึงกับต้องก้มหน้าก้มตาทำงานที่ไม่ชอบสุดใจขาดดิ้น
แต่เราเลือกได้หรือ เลือกบริษัท เลือกเจ้านายได้หรือยังไง เลือกได้เหรอว่าอยากให้ทุกอย่างได้ดั่งใจไปเสียหมด
เว้นเสียแต่คุณจะเป็นนายตัวเอง (ซึ่งถ้าทำธุรกิจ คุณก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเจอลูกค้าแย่ๆ อีกเหมือนกัน)
หัดทำใจยอมรับเสียบ้าง ไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการไปเสียหมดหรอก
ถ้าอยากได้ความก้าวหน้า เงินเดือนสูง อยากทำงานอาร์ตติสสุดพลัง อยากพบเจอสัมภาษณ์นักเขียนดัง อยากทำคอลัมน์ท่องเที่ยวต่างประเทศ อยากโน่นอยากนี่ แนะนำว่าให้อยู่เมืองหลวงต่อไป อย่าดั้นด้นมาเลย
แต่ถ้าพลั้งปากพูดไปเสียแล้วว่าชอบความ "ง่ายๆ" ของเมือง อยากอยู่ที่นี่ ก็ทำใจซะ ถ้าจะต้องออกแบบแอดโฆษณาน้ำพริกน้ำปลา สินค้าโอท๊อป หมูหยอง แหนมไบโอเทค
ทำใจซะว่าต้องเขียนคอลัมน์แนะนำวัด (ที่นี่เมืองท่องเที่ยว ความจริงอย่างหนึ่งที๋ฉันก็เซ็ง แต่เถียงไม่ได้ว่าเรามีรายได้เพราะมัน)
ทำใจซะถ้าต้องทำอะไรเอาใจลูกค้า ในเมื่อนิตยสารขายยังเป็นไปไม่ได้ในประเทศเชียงใหม่ (ถึงเป็นไปได้ กำไรก็ยังไม่งาม) และเรายังต้องพึ่งพาลูกค้าเหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ถึงบางทีจะเกลียดมันแค่ไหน แต่ยังไงก็ยังต้องง้อมัน ต่อให้เป็นหนังสือขาย คุณก็ต้องมีแอดอยู่ดี หรือถึงจะพ๊อคเก็ตบุ๊ค คุณก็อาจจะเจอสายส่งเฮงซวยก็ได้.....ทำใจซะ
แต่ถ้าทำใจไม่ได้ ก็กลับถิ่นฐานบ้านเกิดไปซะเหอะ
เอนทรีนี้ไม่ได้จะเขียนเพื่อขับไล่ไสส่งใครหรอกนะ ลึกๆแล้วภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนเชียงใหม่ จังหวัดที่ใครก็อยากมาอยู่ แต่ขอร้อง ไม่ต้องมากันเยอะ ถ้ามาแล้วจะมาสลิด นึกว่าที่นี่จะเหมือนกรุงเทพ ก็อย่ามาดีกว่า เพราะไม่ต้องมีใครออกปากไล่ คุณก็อยู่ไม่รอดหรอก ถ้าไม่ทำตัวให้เข้าใจเมือง
หรือจะรออีกซักยี่สิบปีก็ได้ ค่อยมาใหม่ ถึงตอนนั้นประเทศเชียงใหม่เราคงจะเริ่มติสท์ๆ กว่านี้ พอให้คุณได้หายใจหายคอคล่องขึ้นบ้างล่ะมั้ง
ลงท้าย
หยุดเสียทีกับประโยคคำถามที่ว่า "ทำไมคนเชียงใหม่ถึงได้...." แล้วตามด้วย adjective มากมาย
เพราะคำตอบเดียวที่ฉันจะตอบได้คือ ก็ที่นี่มันเชียงใหม่ ไม่ใช่จังหวัด..... (อื่นๆ ที่ไม่ใช่เมืองหลวงเท่านั้น)
เบื่อเหลือเกินกับความ "สลิด" หลากหลายที่ได้พบเห็น
ขออภัยถ้าทำให้ใครขุ่นเคือง

#1 By นานาาา on 2008-03-26 16:36