สงสารลีลา และ เชิญฟังเพลงมัณฑนา โมรากุล
posted on 03 May 2008 09:34 by nyanta
ช่วงก่อนติดละคร สวรรค์เบี่ยง เข้าขั้นงอมแงมกันเลยทีเดียวเชียว
ว่ากันว่า พักหลังมานี้เป็นการกลับมาของละครซุปเปอร์น้ำเน่า ตบจูบกันสนั่นจอ
ตั้งแต่จำเลยรักมาแล้ว ซึ่งอิชั้นก็ติดงอมอีกเหมือนกัน เพราะว่าชอบคุณศันศนีย์ในเรื่องที่คุณจอยแสดงมาก
เธอเปรี้ยวได้ใจจริงๆ แต่งตัวสวยเช้งกะเด๊ะตลอดเรื่อง
ส่วนโศรยานั้นได้ใส่แต่เสื้อลายดอกตัวโคร่งกับกางเกงเล...
แต่เธอก็ยังมิวายปัดขนตาและมีอายแชโดวอ่อนๆ แม้จะถูกนายหัวจับไปขังไว้กลางทะเลก็ตาม
สงสัยเธอคงจะไม่ลืมหยิบกระเป๋าเครื่องสำอางติดมือมาด้วยแน่ๆ เลย ช่างรอบคอบจริง
มาถึงเรื่องสวรรค์เบี่ยง ตั้งแต่ตอนแรกที่ออกฉาย ที่บ้านก็ติดกันงอมแงม ไม่เว้นแม้แต่คุณนกฮูก
ซึ่งจ้องโทรทัศน์ไม่วางตา โดยเฉพาะฉากไคลแมกซ์ของเรื่องที่พระเอกพานางเอกไปปล้ำมาราธอน นับได้ทั้งหมด 4 ครั้ง
สรุปแล้ว ไม่ว่าเราจะทำเป็นดูหนังอาร์ต หรืออ่านหนังสืออินดี้กันสักเท่าไหร่ สุดท้าย เราก็ "อดที่จะติดละครน้ำเน่า" ไม่ได้อยู่ดี
หรือว่าแท้จริงแล้วฉันอาจชอบความรุนแรง
และใฝ่ฝันอยากให้ใครซักคนมาตบจูบกระมัง.......
(โอ้ว ว ว ว ไม่นะๆๆๆ)
แต่ต่อจากนี้ไป ฉันจะไม่ดูสวรรค์เบี่ยงแล้ว เพราะเหลือแต่ตอนที่น่ารำคาญ
สำหรับคนที่ไม่ได้ดู เรื่องก็มีอยู่ง่ายๆ ว่า พระเอกจับนางเอกไปปล้ำ แล้วก็สำนึกในความผิดได้ แต่ตามง้อยังไง นางเอกก็ไม่ให้อภัย
ครึ่งหลังของเรื่อง ก็เลยเป็นฉากพระเอกตามงอนง้อ นางเอกผู้แสนจะมีทิฐิ ถือดี ปากกล้า รักศักดิ์ศรี หยิ่งทะนง ไม่ยอมแพ้แก่อำนาจเงิน แม้บ้านจะจนและหน้าตาจะบ้านๆ แต่พระเอกก็ยังจะรักและภักดี บลา บลา บลา ซึ่งเป็นคุณสมบัติของนางเอกทุกเรื่องของละครไทย (แถมอีกหนึ่งคุณสมบัติคือ นางเอกต้องตัวเล็กและบอบบาง คุณเคยอ่านเรื่องไหนนางเอกอ้วนล่ำบ้างไหมคะ?)
อีนาริน(นางเอก)ในเรื่อง (ไม่ได้ว่าแอน ทองฯ) ก็ช่างน่ารำคาญเสียเหลือเกิน ไม่รู้จะอะไรนักหนา
อารมณ์มาแบบว่า โกรธแค้นเคืองเหลือเกิน....จริงรึ เห็นตอนเค้าจับไปทะเลก็ดูสนุกดีออก
ท่าทางจะแอบชอบพระเอกอยู่แล้วด้วยนิดๆ แถมซื่อบื้อจะหนีก็หนีไม่รอด หรือตั้งใจซื่อบื้อก็ไม่รู้
แล้วพอกลับมา แทนที่หล่อนจะวิ่งไปหาตำรวจ ฟ้องแม่ก็ได้เอ๊าะถ้าอายอ่ะ แต่ก็ไม่ว่ากะไร
ยังคงก้มหน้ารับกรรม แถมยอมให้พระเอกปล้ำคาบ้านอีก แหม สนุกจริงๆ ซึ่งชีก็ยังไม่ว่าไม่บ่น
ช่างเป็นคนอดทนดีเลิศจริงๆ
แล้วอยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมาเข้มแข็ง แบบว่า ชั้นไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว เชิดหน้าหยิ่งเริ่ด แล้วก็ปัดก้นออกจากบ้านพระเอกไปเฉ้ย
ทิ้งแม่ทิ้งน้อง ลั้ลลา
ไอ้เรื่องจะโกรธพระเอกนี่ก็ยังไม่เท่าไหร่ บทเค้าเขียนมาแบบนี้ เออ มานึกดู ใครจับเราไปข่มขืน เราก็คงจะเกลียดมันอยู่ไม่หยอก
แต่นี่...ตอนนี้นางเอกของเราเริ่มจะใจอ่อนแล้วนะ เวลาพระเอกมาง้อ เริ่มมีแบบ เอนเอียงนิดๆ
แต่ยัง still ทำปั้นปึ่ง เพียงเพราะ "พระเอกไม่พูดคำว่ารัก"....(โคะ)
ยัง ยังไม่พอ พระเอกบอกว่า "กินข้าวเยอะๆ นะ ผมเป็นห่วงลูกในท้อง"
อีนี่ก็วางช้อน เชิดหน้า บอกว่า กินไม่ลงละ
เรื่องของเรื่องคือ she อิจฉาลูกตัวเอง ว่าพระเอกรักลูกมากกว่าตัวเอง แล้วก็ถามพระเอกว่า ถ้าฉันไม่มีลูกคุณจะรักฉันไหม?
แล้ว she ก็น้อยอกน้อยใจ
........
โคะ....อีบ้านิ
ลูกก็ไม่ใช่ลูกของแกรึไง ยัยนี่ประสาทแดกจริงๆ คงเป็นอาการเลือดจะไปลมจะมาของคนท้องมั้ง
แล้วนี่ก็เป็นตัวอย่างของผู้หญิงที่ช่างดูอะไรไม่ออกเสียเลย
ต้องรอให้ผู้ชายมาพูดว่า "ผมรักคุณ" เสียก่อน ถึงจะ get
แล้วแค่คำพูดคำเดียว แม่คุณก็จะเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้ชายทำ (ระยำ) หลังจากนั้นทั้งหมด
เช่น ผมชั่วเพราะผมรักคุณ ผมหวงเพราะผมรักคุณ ผมทำไปทั้งหมดเพราะผมรักคุณ
...แม้จะเป็นการกระทำชั่วช้าสามานย์ แต่แม่พวกนี้ก็จะอภัยให้ เพราะว่า "ผมรักคุณ"
เวรกรรม....
ดูเสร็จแล้วทุกคนก็จะเทคะแนนสงสารไปที่พระเอกนางเอก แล้วก็พากันมาก่นด่าตัวโกง
ทั้งที่จะว่าไปแล้ว คนที่มีลักษณะ "กลม" ที่สุดในเรื่อง น่าจะเป็นพวก ตัวโกง กับตัวประกอบมากกว่า
ส่วนพระเอกกับนางเอกนั้น "แบน" ตะแล๊ดแต๊ดแต๋
ตัวโกงในเรื่องชื่อยัยลีลา เป็นพี่สาวของนางเอกนั่นแหละ
ในเรื่องถูกหาว่าอิจฉาน้อง โน่นนี่ นี่นั่น
แต่พอใกล้จบ มานั่งๆ ดู อืม ถ้าเราเป็นอีลีลา เราคงยิ่งกว่าอิจฉา
ก็อุตส่าห์ทำใจเพราะอกหักจากพระเอก จะแต่งงานใหม่ แต่พ่อพระเอกก็เสือกมาขับรถชนตาย
ทำใจได้แล้วว่าดวงมีผัวชาตินี้คงไม่รุ่ง เลยตกลงแต่งงานกับพ่อพระเอกซะเลย (แก่แต่นิสัยดี หล่อสมวัย พอทน แถมรวยโคตร ใครจะไม่เอาวะ)
อุตส่าห์ปลงตกแล้ว อยู่ดีๆ อีน้องสาว (ที่ทำเป็นไม่สนใจอะไรเลย) ก็ดันมางาบผู้ชายที่เคยแอบชอบไปซะได้
ถึงจะบอกว่าตัดใจแล้วก็เถอะ ก็รู้ๆกันอยู่ รักแรกมันลืมยาก (ใครๆ ก็เป็น....แต่กรณีของอิชั้นยกเว้นนะเคอะ)
เป็นใคร ใครก็อิจฉาล่ะวะ ชีวิตทั้งชีวิตต้องเป็นแม่ม่ายผัวตาย แต่อีน้องได้ผัวหนุ่ม หล่อ รวย (แถมเกลียดพี่เมีย)
เฮอะ....คนธรรมดา ไม่ใช่พระอิฐพระปูน ก็ต้องรู้สึกบ้างล่ะ
แค่นี้ก็ต้องว่ากันด้วย น่าสงสารจะตาย เนาะๆๆๆ
ดูแล้วก็เลยรู้สึกว่า อ้อ โลกนี้เค้าสรรเสริญพวกปากไม่ตรงกับใจรึไงกันนะ
ไอ้ประเภท รักแล้วไม่พูด แอบชอบแต่ทำเป็นไม่สนใจ เลยได้ดิบได้ดี
ส่วนอีกคนที่คิดอะไรก็ทำ เกลียดก็แสดงออก รักก็บอกเนี่ย กลายเป็นว่า ไม่มีคุณค่า(ของนางเอก)
เฮ้อ....เห็นท่า ถ้าฉันแอบชอบใคร คงจะต้องเก็บงำความรู้สึก ทำเป็นไปชวนทะเลาะ หาเรื่องให้ผู้ชายผลักกดติดกำแพงแล้วปล้ำจูบ แบบนั้นรับรอง ว่าน่าสนใจ ดึงดูดกว่าเห็นๆ เนอะ?
(งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะไปหาเรื่องทะเลาะกับคุณนกฮูกชาย)
มีคำพูดของตัวประกอบ คุยกันในฉากหนึ่ง ไม่น่าสลักสำคัญอะไร แต่ได้ยินแล้วก็แบบ "อือ ก็ใช่เนอะ"
มันพูดกันว่า รู้สึกอิจฉาคนอื่นก็รู้สึกได้ แต่ต้องไม่ทำร้ายตัวเองและคนรอบข้าง
แล้ว "คนเราก็ต้องยอมรับด้านมืดของตัวเองให้ได้"
ก็กะอีแค่ยอมรับออกมาว่า กูอิจฉามึงนะ แต่ไม่ได้แปลว่า กูจะต้องไปทำอะไรให้มึง ใช่ไหม
แบบนี้ ออกจะเคลียร์ แฟร์เพลย์ เริ่ด....
(ฉันเป็นบ่อยมากเลย ฉันเป็นคนขี้อิจฉา)
anyway มันจะจบพุธนี้แล้ว ก็สำหรับคนที่ติดตาม ก็อย่าพลาดล่ะ ส่วนฉัน ถ้าใครเปิดทิ้งไว้ ก็คงดูน่ะ
แต่ถ้าไม่ได้ดู ก็ช่างเหอะ ฉากจบหนังไทย ไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้น ก็แค่พระเอกไปบอกรักนางเอกที่ทะเล (ไม่ก็ภูเขา)
ไม่รู้เรื่องนี้จะจบที่ไหน ริมบึงหรือเปล่านะ บ้างนางเอกอยู่ริมบึง....เอ่อ จะที่ไหนก็ช่างเห้อะ
อ้อ ต่อจากละครทางช้างเผือก (ละครสอนให้คนทำดี ที่คนชั่วแบบฉันไม่ชอบดู) จะต่อด้วยนิมิตรมารล่ะ อันนี้อยากดูจัง
ด้วยเหตุผลแค่ว่า หนังเรื่องไหนมีฉากย้อนยุคบ้านโบราณนิดๆ ก็เป็นอันว่าโอเค ฉันดูได้
แล้วก็...สำคัญมาก ช่อง thaiPBS ทุก จ-อ 20.30 "1 Liter of Tears" หรือ "Ichi litoru no namida" จะมาฉายแว้ววววว
ตอนที่ดูแบบเสียงญี่ปุ่น ไม่มีซับ (ฉันฟังญี่ปุ่นไม่ออกนะคะ ดูภาพแล้วเดาเรื่องเอา) ยังร้องไห้ทุกตอน
คราวนี้ล่ะ เค้าบอกว่า ให้เตรียมกะละมังมารองน้ำตาไว้ไ้ด้เลย
อย่าคิดว่ามันคือหนังชีวิตรันทดบ้านๆ แบบโอชินหรือวัลลียอดกตัญญู
แต่หนังเรื่องนี้ทำให้ผู้ชมที่เป็นผู้ชายหลายคนเสียน้ำตามาแล้ว
หนังเรื่องนี้จะทำให้ทุกคน "เห็นความสำคัญของการมีชีวิตอยู่"
อย่าพลาดนะก๊ะ
ป.ล. ก่อนไป เพิ่งดู เปนชู้กับผีไปวันก่อน ทั้งที่เกลียดหนังผีจะแย่
แต่ด้วยความที่ชอบคุณวิสิษฐ์ ศาสนเที่ยงกันมากๆ (ทั้งฉันและคุณนกฮูก)
เราเลยต้อง "ทน" ดูผี ซึ่งฉันก็เอาหมอนปิดตาและเผลอหลับไปตอนกลางเรื่อง...(แหะๆๆ)
แต่หนังดีมากเลยนะ ชอบค่ะ เพิ่งได้ดู เชยจริงๆเลยเรา
แล้วก็ชอบเพลงประกอบมาก ก็เลยไปหาเวอร์ชั่นเก่ามาฟังกัน
คนร้องชื่อคุณ มัณฑนา โมรากุล
ซีดียังมีขายนะคะ ชื่อชุด สุนทราภรณ์ในดวงใจ ชุดที่ 6
เชิญกด เพื่ออรรถรสในการอ่านยิ่งขึ้น (เอ๊ะ ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ก็แปลว่าอ่านจบแล้วนี่นา...)
ป.ล. 2 วันนี้ช่างอัพบ่นได้ยาวจริงๆ
ว่ากันว่า พักหลังมานี้เป็นการกลับมาของละครซุปเปอร์น้ำเน่า ตบจูบกันสนั่นจอ
ตั้งแต่จำเลยรักมาแล้ว ซึ่งอิชั้นก็ติดงอมอีกเหมือนกัน เพราะว่าชอบคุณศันศนีย์ในเรื่องที่คุณจอยแสดงมาก
เธอเปรี้ยวได้ใจจริงๆ แต่งตัวสวยเช้งกะเด๊ะตลอดเรื่อง
ส่วนโศรยานั้นได้ใส่แต่เสื้อลายดอกตัวโคร่งกับกางเกงเล...

แต่เธอก็ยังมิวายปัดขนตาและมีอายแชโดวอ่อนๆ แม้จะถูกนายหัวจับไปขังไว้กลางทะเลก็ตาม
สงสัยเธอคงจะไม่ลืมหยิบกระเป๋าเครื่องสำอางติดมือมาด้วยแน่ๆ เลย ช่างรอบคอบจริง
มาถึงเรื่องสวรรค์เบี่ยง ตั้งแต่ตอนแรกที่ออกฉาย ที่บ้านก็ติดกันงอมแงม ไม่เว้นแม้แต่คุณนกฮูก
ซึ่งจ้องโทรทัศน์ไม่วางตา โดยเฉพาะฉากไคลแมกซ์ของเรื่องที่พระเอกพานางเอกไปปล้ำมาราธอน นับได้ทั้งหมด 4 ครั้ง
สรุปแล้ว ไม่ว่าเราจะทำเป็นดูหนังอาร์ต หรืออ่านหนังสืออินดี้กันสักเท่าไหร่ สุดท้าย เราก็ "อดที่จะติดละครน้ำเน่า" ไม่ได้อยู่ดี
หรือว่าแท้จริงแล้วฉันอาจชอบความรุนแรง
และใฝ่ฝันอยากให้ใครซักคนมาตบจูบกระมัง.......
(โอ้ว ว ว ว ไม่นะๆๆๆ)
แต่ต่อจากนี้ไป ฉันจะไม่ดูสวรรค์เบี่ยงแล้ว เพราะเหลือแต่ตอนที่น่ารำคาญ
สำหรับคนที่ไม่ได้ดู เรื่องก็มีอยู่ง่ายๆ ว่า พระเอกจับนางเอกไปปล้ำ แล้วก็สำนึกในความผิดได้ แต่ตามง้อยังไง นางเอกก็ไม่ให้อภัย
ครึ่งหลังของเรื่อง ก็เลยเป็นฉากพระเอกตามงอนง้อ นางเอกผู้แสนจะมีทิฐิ ถือดี ปากกล้า รักศักดิ์ศรี หยิ่งทะนง ไม่ยอมแพ้แก่อำนาจเงิน แม้บ้านจะจนและหน้าตาจะบ้านๆ แต่พระเอกก็ยังจะรักและภักดี บลา บลา บลา ซึ่งเป็นคุณสมบัติของนางเอกทุกเรื่องของละครไทย (แถมอีกหนึ่งคุณสมบัติคือ นางเอกต้องตัวเล็กและบอบบาง คุณเคยอ่านเรื่องไหนนางเอกอ้วนล่ำบ้างไหมคะ?)
อีนาริน(นางเอก)ในเรื่อง (ไม่ได้ว่าแอน ทองฯ) ก็ช่างน่ารำคาญเสียเหลือเกิน ไม่รู้จะอะไรนักหนา
อารมณ์มาแบบว่า โกรธแค้นเคืองเหลือเกิน....จริงรึ เห็นตอนเค้าจับไปทะเลก็ดูสนุกดีออก
ท่าทางจะแอบชอบพระเอกอยู่แล้วด้วยนิดๆ แถมซื่อบื้อจะหนีก็หนีไม่รอด หรือตั้งใจซื่อบื้อก็ไม่รู้
แล้วพอกลับมา แทนที่หล่อนจะวิ่งไปหาตำรวจ ฟ้องแม่ก็ได้เอ๊าะถ้าอายอ่ะ แต่ก็ไม่ว่ากะไร
ยังคงก้มหน้ารับกรรม แถมยอมให้พระเอกปล้ำคาบ้านอีก แหม สนุกจริงๆ ซึ่งชีก็ยังไม่ว่าไม่บ่น
ช่างเป็นคนอดทนดีเลิศจริงๆ
แล้วอยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมาเข้มแข็ง แบบว่า ชั้นไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว เชิดหน้าหยิ่งเริ่ด แล้วก็ปัดก้นออกจากบ้านพระเอกไปเฉ้ย
ทิ้งแม่ทิ้งน้อง ลั้ลลา
ไอ้เรื่องจะโกรธพระเอกนี่ก็ยังไม่เท่าไหร่ บทเค้าเขียนมาแบบนี้ เออ มานึกดู ใครจับเราไปข่มขืน เราก็คงจะเกลียดมันอยู่ไม่หยอก
แต่นี่...ตอนนี้นางเอกของเราเริ่มจะใจอ่อนแล้วนะ เวลาพระเอกมาง้อ เริ่มมีแบบ เอนเอียงนิดๆ
แต่ยัง still ทำปั้นปึ่ง เพียงเพราะ "พระเอกไม่พูดคำว่ารัก"....(โคะ)
ยัง ยังไม่พอ พระเอกบอกว่า "กินข้าวเยอะๆ นะ ผมเป็นห่วงลูกในท้อง"
อีนี่ก็วางช้อน เชิดหน้า บอกว่า กินไม่ลงละ
เรื่องของเรื่องคือ she อิจฉาลูกตัวเอง ว่าพระเอกรักลูกมากกว่าตัวเอง แล้วก็ถามพระเอกว่า ถ้าฉันไม่มีลูกคุณจะรักฉันไหม?
แล้ว she ก็น้อยอกน้อยใจ
........
โคะ....อีบ้านิ
ลูกก็ไม่ใช่ลูกของแกรึไง ยัยนี่ประสาทแดกจริงๆ คงเป็นอาการเลือดจะไปลมจะมาของคนท้องมั้ง
แล้วนี่ก็เป็นตัวอย่างของผู้หญิงที่ช่างดูอะไรไม่ออกเสียเลย
ต้องรอให้ผู้ชายมาพูดว่า "ผมรักคุณ" เสียก่อน ถึงจะ get
แล้วแค่คำพูดคำเดียว แม่คุณก็จะเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้ชายทำ (ระยำ) หลังจากนั้นทั้งหมด
เช่น ผมชั่วเพราะผมรักคุณ ผมหวงเพราะผมรักคุณ ผมทำไปทั้งหมดเพราะผมรักคุณ
...แม้จะเป็นการกระทำชั่วช้าสามานย์ แต่แม่พวกนี้ก็จะอภัยให้ เพราะว่า "ผมรักคุณ"
เวรกรรม....

ดูเสร็จแล้วทุกคนก็จะเทคะแนนสงสารไปที่พระเอกนางเอก แล้วก็พากันมาก่นด่าตัวโกง
ทั้งที่จะว่าไปแล้ว คนที่มีลักษณะ "กลม" ที่สุดในเรื่อง น่าจะเป็นพวก ตัวโกง กับตัวประกอบมากกว่า
ส่วนพระเอกกับนางเอกนั้น "แบน" ตะแล๊ดแต๊ดแต๋
ตัวโกงในเรื่องชื่อยัยลีลา เป็นพี่สาวของนางเอกนั่นแหละ
ในเรื่องถูกหาว่าอิจฉาน้อง โน่นนี่ นี่นั่น
แต่พอใกล้จบ มานั่งๆ ดู อืม ถ้าเราเป็นอีลีลา เราคงยิ่งกว่าอิจฉา
ก็อุตส่าห์ทำใจเพราะอกหักจากพระเอก จะแต่งงานใหม่ แต่พ่อพระเอกก็เสือกมาขับรถชนตาย
ทำใจได้แล้วว่าดวงมีผัวชาตินี้คงไม่รุ่ง เลยตกลงแต่งงานกับพ่อพระเอกซะเลย (แก่แต่นิสัยดี หล่อสมวัย พอทน แถมรวยโคตร ใครจะไม่เอาวะ)
อุตส่าห์ปลงตกแล้ว อยู่ดีๆ อีน้องสาว (ที่ทำเป็นไม่สนใจอะไรเลย) ก็ดันมางาบผู้ชายที่เคยแอบชอบไปซะได้
ถึงจะบอกว่าตัดใจแล้วก็เถอะ ก็รู้ๆกันอยู่ รักแรกมันลืมยาก (ใครๆ ก็เป็น....แต่กรณีของอิชั้นยกเว้นนะเคอะ)
เป็นใคร ใครก็อิจฉาล่ะวะ ชีวิตทั้งชีวิตต้องเป็นแม่ม่ายผัวตาย แต่อีน้องได้ผัวหนุ่ม หล่อ รวย (แถมเกลียดพี่เมีย)
เฮอะ....คนธรรมดา ไม่ใช่พระอิฐพระปูน ก็ต้องรู้สึกบ้างล่ะ
แค่นี้ก็ต้องว่ากันด้วย น่าสงสารจะตาย เนาะๆๆๆ
ดูแล้วก็เลยรู้สึกว่า อ้อ โลกนี้เค้าสรรเสริญพวกปากไม่ตรงกับใจรึไงกันนะ
ไอ้ประเภท รักแล้วไม่พูด แอบชอบแต่ทำเป็นไม่สนใจ เลยได้ดิบได้ดี
ส่วนอีกคนที่คิดอะไรก็ทำ เกลียดก็แสดงออก รักก็บอกเนี่ย กลายเป็นว่า ไม่มีคุณค่า(ของนางเอก)
เฮ้อ....เห็นท่า ถ้าฉันแอบชอบใคร คงจะต้องเก็บงำความรู้สึก ทำเป็นไปชวนทะเลาะ หาเรื่องให้ผู้ชายผลักกดติดกำแพงแล้วปล้ำจูบ แบบนั้นรับรอง ว่าน่าสนใจ ดึงดูดกว่าเห็นๆ เนอะ?
(งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะไปหาเรื่องทะเลาะกับคุณนกฮูกชาย)
มีคำพูดของตัวประกอบ คุยกันในฉากหนึ่ง ไม่น่าสลักสำคัญอะไร แต่ได้ยินแล้วก็แบบ "อือ ก็ใช่เนอะ"
มันพูดกันว่า รู้สึกอิจฉาคนอื่นก็รู้สึกได้ แต่ต้องไม่ทำร้ายตัวเองและคนรอบข้าง
แล้ว "คนเราก็ต้องยอมรับด้านมืดของตัวเองให้ได้"
ก็กะอีแค่ยอมรับออกมาว่า กูอิจฉามึงนะ แต่ไม่ได้แปลว่า กูจะต้องไปทำอะไรให้มึง ใช่ไหม
แบบนี้ ออกจะเคลียร์ แฟร์เพลย์ เริ่ด....
(ฉันเป็นบ่อยมากเลย ฉันเป็นคนขี้อิจฉา)
anyway มันจะจบพุธนี้แล้ว ก็สำหรับคนที่ติดตาม ก็อย่าพลาดล่ะ ส่วนฉัน ถ้าใครเปิดทิ้งไว้ ก็คงดูน่ะ
แต่ถ้าไม่ได้ดู ก็ช่างเหอะ ฉากจบหนังไทย ไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้น ก็แค่พระเอกไปบอกรักนางเอกที่ทะเล (ไม่ก็ภูเขา)
ไม่รู้เรื่องนี้จะจบที่ไหน ริมบึงหรือเปล่านะ บ้างนางเอกอยู่ริมบึง....เอ่อ จะที่ไหนก็ช่างเห้อะ
อ้อ ต่อจากละครทางช้างเผือก (ละครสอนให้คนทำดี ที่คนชั่วแบบฉันไม่ชอบดู) จะต่อด้วยนิมิตรมารล่ะ อันนี้อยากดูจัง
ด้วยเหตุผลแค่ว่า หนังเรื่องไหนมีฉากย้อนยุคบ้านโบราณนิดๆ ก็เป็นอันว่าโอเค ฉันดูได้
แล้วก็...สำคัญมาก ช่อง thaiPBS ทุก จ-อ 20.30 "1 Liter of Tears" หรือ "Ichi litoru no namida" จะมาฉายแว้ววววว
ตอนที่ดูแบบเสียงญี่ปุ่น ไม่มีซับ (ฉันฟังญี่ปุ่นไม่ออกนะคะ ดูภาพแล้วเดาเรื่องเอา) ยังร้องไห้ทุกตอน
คราวนี้ล่ะ เค้าบอกว่า ให้เตรียมกะละมังมารองน้ำตาไว้ไ้ด้เลย
อย่าคิดว่ามันคือหนังชีวิตรันทดบ้านๆ แบบโอชินหรือวัลลียอดกตัญญู
แต่หนังเรื่องนี้ทำให้ผู้ชมที่เป็นผู้ชายหลายคนเสียน้ำตามาแล้ว
หนังเรื่องนี้จะทำให้ทุกคน "เห็นความสำคัญของการมีชีวิตอยู่"
อย่าพลาดนะก๊ะ
ป.ล. ก่อนไป เพิ่งดู เปนชู้กับผีไปวันก่อน ทั้งที่เกลียดหนังผีจะแย่
แต่ด้วยความที่ชอบคุณวิสิษฐ์ ศาสนเที่ยงกันมากๆ (ทั้งฉันและคุณนกฮูก)
เราเลยต้อง "ทน" ดูผี ซึ่งฉันก็เอาหมอนปิดตาและเผลอหลับไปตอนกลางเรื่อง...(แหะๆๆ)
แต่หนังดีมากเลยนะ ชอบค่ะ เพิ่งได้ดู เชยจริงๆเลยเรา
แล้วก็ชอบเพลงประกอบมาก ก็เลยไปหาเวอร์ชั่นเก่ามาฟังกัน
คนร้องชื่อคุณ มัณฑนา โมรากุล
ซีดียังมีขายนะคะ ชื่อชุด สุนทราภรณ์ในดวงใจ ชุดที่ 6
เชิญกด เพื่ออรรถรสในการอ่านยิ่งขึ้น (เอ๊ะ ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ก็แปลว่าอ่านจบแล้วนี่นา...)
ป.ล. 2 วันนี้ช่างอัพบ่นได้ยาวจริงๆ
Tags: drama, review, sinraksinsook15 Comments

#1 By VAR on 2008-05-03 10:33