เอนทรีนี้ไม่ได้ต้องการสร้างความร้าวฉานระหว่างชาติพันธุ์

เมื่อเร็วๆ นี้ รายการคุณสรยุทธ์ประชาสัมพันธ์ให้คนทางบ้านส่งข่าวเข้าไปในรายการเรื่องเล่าเช้านี้
นำเสนอแนวคิดใหม่ของรายการ "เพราะประเทศไทย ไม่ได้มีแต่กรุงเทพมหานคร"
...........
อ้อ รึ?
เป็นความคิดที่ดี แต่ ไม่รู้จะช้าไปไหม เพราะสำหรับคนบางคนแล้ว
กรุงเทพมหานคร = ทั้งหมดทั้งมวลของประเทศไทย = ศูนย์กลางของจักรวาล

หยุด ช้าก่อน ในฐานะพลเมืองชาวประเทศเชียงใหม่ ฉันไม่ได้ตั้งแง่รังเกียจคนกรุง
เรายังมีกิจการการค้าที่ต้องติดต่อค้าขายระหว่างกัน
เรายังมีญาติโยมต้องเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างกัน
ถึงฉันจะเคือง ที่ชนชาวสยามมาผ่าวัดสะดือเมืองตั้งแต่สมัยเก่าก่อน สร้างความ "ขึด" แก่เมืองเชียงใหม่
แต่ฉันก็ไม่ได้แค้นอาฆาตกับการรวมล้านนาเข้ากับกรุงเทพ เพราะมองอีกด้านหนึ่ง หากวันนั้นเราไม่รวมกับทางนี้ ตอนนี้ เราก็อาจรวมกับทางพม่า ยังทาแป้งกระแจะและนุ่งสโร่งอยู่ก็ได้

ฉันรักคนกรุงเทพ และคนอื่นๆ ในอีก 74 จังหวัดทั่วไทย
ถ้าคนคนนั้น "ดี" ต่อฉัน อย่างมีเหตุสมควร 

แต่ถึงเราจะไม่ได้เหมารวม แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าในความเป็นจริงแล้วมันไม่มีอยู่
เพราะบนโลกเน่าๆ ของเรานี้ ยังมีคนจำพวก ชอบดูถูกคนที่อยู่่ล่างกว่า
เช่น
แกมันคนบ้านนอก เกิดบ้านนา สู้ฉันก็ไม่ได้ ฉันมันคนอำเภอเมือง
แกมันคนต่างจังหวัด สู้ฉันไม่ได้ ฉันมันคนเมืองหลวง
แกมันก็แค่คนเรียนในประเทศ สู้ฉันไม่ได้ ฉันมันคนจบต่างประเทศ
แกมันก็แค่พวกเอเชีย หอบเงินมาเป็น oversea student ทีละหลายล้าน แต่ฉันเป็น citizen ของที่นี่ 
....วงจรการดูถูกไม่มีจุดสิ้นสุด
เหนือฟ้า ก็มีฟ้า
รวยกว่า ก็มี รวยกว่ากว่ากว่า

แต่ไม่มีใครมาดูถูกเราได้ ถ้าเราไม่ดูถูกตัวเอง

เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า บริษัทของฉัน เป็นบริษัทซำเหมา รับทำงานจับฉ่ายทั่วไป ชอบเรียกตัวเองว่าเป็นออกาไนเซอร์บ้าง บริษัททำหนังสือบ้าง เอเจนซี่บ้าง กราฟฟิกเฮาส์บ้าง แต่ความจริงแล้ว เรียกว่าอะไรดี โรงพิมพ์ดีไหม? ปรินท์ช็อปรึเปล่า? แต่จะอะไรก็ช่าง เป็นอะไรก็ได้ มันไม่ได้สำคัญที่ชื่อหรอก สำคัญว่าเราทำตัวยังไงมากกว่า

พอดีว่า มีเอเจนซี่เจ้าหนึ่งทางกรุงเทพ อวดอ้างสรรพคุณว่าทำหนังสือท่องเที่ยวหัวดังหัวหนึ่ง  และมีพาวเวอร์ในการหาลูกค้ามาป้อนให้กับซัพพลายเออร์ต่างๆ ได้ ทำให้เจ้านายของฉันชื่นชอบเป็นยิ่งนัก
เธอคนนี้ (ผู้เป็นโลโก้ของเอเจนซี่เจ้านั้น) ก็ไป bid งานของสายการบินแห่งหนึ่งมาได้ แต่ไม่มีบริษัทไหนในกรุงเทพรับทำเพราะราคามันถูกเหลือแสน ส้มจึงหล่นใส่ตีนบริษัทเชียงใหม่ (ประมาณว่ารู้จักมักจี่กัน) ทำให้เราได้งานนี้มาทำ หรือพูดอีกแง่นึง เจ้านายฉันอาจจะไปอ้อนวอนขอร้องของานมาทำก็ได้ สุดแท้แต่จะฟังความจากฝ่ายไหน

หลายเดือนผ่านมาดีดัก เธอผู้นี้มักเข้ามามีอิทธิพล บอกว่า นั่นไม่ดี นี่ไม่เอา
"ทำอาร์ตแบบนี้เหมือนพี่ทำส่งครูตอนอยู่ ป.5" (เหรอคะ หนูคำนวณจากอายุพี่แล้ว คิดว่าตอนพี่อยู่ป.5 พี่น่าจะเรียนด้วยกระดานชนวนอยู่เลยนะคะ)
"พี่ว่าพวกเราไม่มีพัฒนาการ"
"พี่ไม่เห็นความสำคัญของสิ่งที่พวกเราทำมา"
และอีกอื่นๆ นานาความคิดเห็นสารพันอันสุดแสนจะครีเอท
แม้จะรำคาญ แต่ก็ไม่ได้มีใครว่า บ่น หรือทักท้วงอะไร
ยอมได้ก็ยอมกันไป

แต่พักหลังๆ มานี้ เธอผู้นี้ มักส่งงานมาให้แปล โดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับบริษัทแม้แต่น้อย
ไม่เกี่ยวกับงานที่ไป bid มาได้ อ่านยังไงก็ไม่รู้ว่านี่มันอะไร ให้แปลไปทำไม (วะ)
จะบอกว่าพนักงานเรื่องมากหรือ? บางครั้ง ให้ทำงานเกินหน้าที่ แต่เป็นงานบริษัท เราก็ทำให้ เพราะถือว่าช่วยๆ กัน
แต่กับงานแปลนอกลู่นอกทางนี่ มองยังไง ก็ไม่เห็นเหตุผลที่พอจะฟังขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการ "ขอ"
"ขอ" มีความหมายว่า ไม่ต้องจ่ายเงิน
ซึ่งเจ้านายของเราก็ยินยอมพร้อมใจซะด้วยสิ
เช่น ส่งงานให้วันอาทิตย์ บอกว่าไม่รีบนะคะ ทยอยก็ได้ แต่ขอวันจันทร์
พอเราบอกว่ายังไม่ว่าง ยังไม่ปิดเล่ม ขอเลื่อน ก็เร่งยิกๆๆ และสุดท้ายก็ยื่นคำขาดว่าจะเอาพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง
พอบอกว่า อย่างนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายแล้วนะ จะส่งคนอื่นแปล ก็อิดออดและเหมือนจะไม่จ่าย
สุดท้าย ทุกคนก็ถูกบังคับให้ทำ เจ้านายบอกว่า ทำๆ ไปก่อนเถอะ
และผลก็คือ เจ้านายคงจะไปโยกย้ายเงินจากตรงโน้นมาตรงนี้แล้วเอามาจ่ายแทน อาจจะไม่ใช่เงินสด อาจจะเป็นคูปอง gift voucher หรืออะไรก็ตามแต่

ถามว่าทำไมเจ้านายเราต้องยอมเค้าขนาดนั้น
เหตุผลง่ายๆ เพราะ กลัวเค้าไม่ป้อนงานจากทางกรุงเทพให้อีก
ตลกดีเนอะ
ยอม เหมือนเค้าเอาเงินมาให้เราฟรีๆ ....เหมือนเราไม่ได้ทำงานแลกมันมาอย่างนั้นแหละ
เค้าเอาเงินมาให้เราเฉยๆ รึไง เราก็ทำงานแลกเงินเหมือนกันนะ
ไม่ได้เป็นเมืองประเทศราช ต้องส่งส่วยกันตลอดเวลานะ
เราก็เป็นไทจากพม่ามานานแล้ว แต่ก็ยังไม่พ้น มาเป็นเมืองขึ้น (ทางจิตใจ) ให้กับคนบางจำพวกอีก

ขอย้ำอีกครั้ง อย่ามาเต้นแร้งเต้นกาแล้วมาเกลียดคนเชียงใหม่เป็นการเอาคืน
ฉันไม่ได้เกลียดคนกรุงเทพทุกคน แต่ฉันเกลียดคนกรุงเทพบางคน
คนที่คิดว่าคนอื่นมันด้อยกว่า ต้องข่ม ต้องจิกหัวใช้ ต้องดูแคลน
คนที่คิดว่า "อุ๊ย ที่โน่น (ใช้คำว่าที่โน่น ชิ มันไม่ได้ไกลมากนะยะ ถ้านั่งเครื่องก็แค่ชั่วโมงเดียว) มีบริษัทแบบนี้ด้วยเหรอคะ"
"ที่นั่นมีคนทำอาชีพนี้ด้วยเหรอคะ"
"ที่นี่มี....ด้วยเหรอคะ"
ที่นี่ไม่ใช่บ้านนอกคอกตื้อที่ต้องขี่ควายไปเรียน แต่ก็ไม่ใช่เมืองที่ต้องติดแหงกอยู่บนถนนทีละสองสามชั่วโมงหรอกนะ

ฉันไม่ได้ยกย่องความเจริญด้านวัตถุ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจ
ไม่ได้บอกว่า เชียงใหม่มีห้างใหญ่มาเปิดแล้วหมายถึงเจริญ หรือการที่เรายังมีวัดเต็มเมืองหมายถึงเรามีรากเหง้าอันแข็งแรง
เราก็เป็นแค่เมืองธรรมดา แค่คนธรรมดา

....แต่เราก็ไม่เคยพูดว่า "โห มาจากกรุงเทพเลยเหรอคะ"


 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พยักหน้า
มีเอเจนซี่หลายๆ เจ้า โทรมาทวงงานจากเรา อ้าวไม่ได้ใช้แมคทำเหรอ
เราตอบ อือ ไม่มีพีซี เปิด ก็ไม่ต้องเอาไฟล์

#1 By นกฮูกดีไซน์ on 2009-06-17 17:12

ชอบมากกกกกกก cry
นี่แหละ นิสัยของคนทำออกาไนเซอ ที่เคยเจอมาแล้วปรี้ดด แตกมาก angry smile

ไม่รู้กระบวนการทำ แล้วมาเร่งโง้นงี้
โอ้วว ไม่อยากบ่นของตัวเอง เดี๋ยวจะปะปนกะนกฮูกสาว
แต่ผ่านมันมาได้ ก็ไม่อยากแตะอีกเลย
มันเป็นนิสัย แบบที่เซลส์ หรือ ครีเอทีฟส่วนใหญ่เป็นเลยเชียว
เราเป็นคน กทม เอง ยังเซ็งเขาเลย

แต่หวังว่าเทอคงไม่เซ็งเรา sad smile
555 ไม่เซ็งหรอกจ้า

#3 By nyanta on 2009-06-17 17:14


ผมอยู่ กท. 20 กว่า ปี และ ตอนนี้ไม่ได้อยู่ 'ประจำ' แล้ว

แต่ ก็ชอบ ถ้าใครจะเรียกว่า 'บ้านนอก' big smile

นั้นซิ แม้ผมจะร่ำเรียน ใน กท. เพราะที่บ้าน 'มันไม่มี'

ผมอาจจะอ่านหนังสือเล่มเดียว กับ คนกท.

แต่ เรื่องบางเรื่อง ผมไม่เข้าใจ 'คนกท.' รวมทั้ง 'คนบ้านนอก'

เพราะ วัฒนธรรม แบบ 'เอาอย่าง' มาเปลี่ยนคนบ้านนอก

กลายเป็น คนกท. ไปหมดแล้ว

บางทีก็อยากจะย้อนไปไกลๆ ในอดีต เพื่อจะลืม

ความ ทันสมัย ประดามี ซะบ้าง big smile

#4 By tiew@fine on 2009-06-17 17:20

Hot!
สงสารพวกกรุงเทพเนอะ ไม่มีบ้านนอกให้กลับ

หนังสือเจ๋งๆ ที่เชียงใหม่มีเยอะแยะไป big smile

#5 By Backpack Girl on 2009-06-17 17:30

ลืมHot!

#6 By นกฮูกดีไซน์ on 2009-06-17 17:46

Hot! เป็นผู้หญิงรุ่นป้า ชื่อ เฮเ.น หรือเปล่าถ้าใช้นี้โจทย์เก่า 5555+

นิสัยก็ยังงี้เล้ยยย
อืม... เห็นด้วยทุกประการ

อย่างหนึ่งที่เราจะเห็นได้ชัดว่าคนส่วนใหญ่ รู้จักและเรียนรู้เรื่องราวต่างๆของเมืองกรุงได้จากสื่อต่างๆมากมาย ที่มีในท้องตลาดแม้แต่ในเน็ตฯ...

เรียกว่า นั่งหลับตายังนึกชื่อห้าง สรรพสินค้าชื่อดัง ย่านแฟชั่นทันสมัย ร้านอาหารนั่นนี่โน่น แหล่งที่พักและสถานที่แฮงค์เอาท์ต่างๆไปจนถึงชื่อของผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ...

แต่เชื่อว่าพลเมืองหลวงโดยส่วนใหญ่ ไม่มีใครใคร่สนใจ พื้นฐานความเป็นอยู่ การทำงาน การดำรงชีวิตของ พลเมืองเล็กๆน้อยๆบ้านนอกคอกนาอื่นๆ แม้แต่น้อย...

ถูกอย่างที่น้องกวางบอก... น่าน้อยใจ ปนหดหู่ ทุกๆครั้ง ที่ถูกพลเมืองหลวงบางคน ดูแคลนการทำงาน การใช้ชีวิต และอื่นๆอีกมากมาย... จนบางครั้งก็อยากบอกไปว่าว่า... ถ้าลำบากมากก็ไม่ต้องมาจะดีกว่าไหม นิ...^^


ปล. อ้ายแก๊งค์คนใช้แมค ในเชียงใหม่นิสัยดีๆ มีมากมายเน่อ...อิอิ

confused smile Hot! Hot! Hot!

#8 By paper-mag on 2009-06-17 18:06

จะบอกว่า คนพันธ์ูเนี๊ย มันเก่งทุกอย่างเลยนะ เจอประจำ เก๊งเก่งอะ อยากต่อยซักหมัด ฮ่าๆๆๆHot! open-mounthed smile

#9 By omega on 2009-06-17 18:13

ข่าวล่ามาเร็วจ้า....

จากผลสำรวจแบบไม่เป็นทางการพบว่า ประชากรพลเมืองหลวง ส่วนใหญ่นิสัยดีมากหลาย แต่ไอ้นิสัยควายๆ คือคนจากบ้านนอกคอกนา ที่เป็นกลุ่มบริโภคนิยม แล้วแฝงกายไปทำงาน แอ๊บ!เป็นชาวกรุง แล้วคอยแต่จะจ้องดูถูกถิ่นฐานที่จากมาว่า ไม่เจริญเท่าทันเมืองกรุง...เฮ้อ!

สามารถรับชมภาพข่าวได้ใน... มิวสิกเพลง - ดาวมหาลัย - สาวมาด เมกะแดนซ์

http://www.kroobannok.com/blog/view.php?article_id=5144

sad smile Hot!

#10 By paper-mag on 2009-06-17 18:20

open-mounthed smile อะหุ ผมเองก็เคยเจอมนุษย์รู้ดีและติไปหมดเหมือนกันครับ...และอะไรก็ตามที่เธอกล่าวถึงก็ถูกต้องไปหมดซะทุกอย่างด้วย

เป็นมนุษย์ที่น่าเกลียดจริงๆไม่อยากเจอก็ต้องเจอ 555Hot!

#11 By GuGGGar on 2009-06-17 18:27

อ่านแล้วรู้สึกว่าต้องจำไว้ใช้กับตัวเองบ้างแล้วครับ เพราะเผลอๆผมก็ใจอ่อนกับงานทุกทีsad smile

#12 By -----ROGER----- on 2009-06-17 19:29

น่าหงุดหงิดและปวดหัว

#13 By wesong on 2009-06-17 21:23

แรงขับเคลื่อนส่วนใหญ่ในเมืองกรุงมาจากคนที่มิใช่คนกรุงแต่มีคนที่มิใช่คนกรุงกลับคิดว่าตัวเองเป็นคนกรุงใช้ภาษากลางพูดกับเพื่อนที่มิใช่คนกรุงเพื่อให้บุคคลรอบข้างดูว่าตัวเองเป็นคนกรุง(อู้เมืองบ่ได้ก๊า อู้ไทยแล้วมันแป๊ดม้อง)

#14 By อนุชา on 2009-06-17 21:41

สู้สู้ค่ะคุณนกฮูกสาว

#15 By V@R on 2009-06-17 22:35

Metro-sexual
อยู่เองยังหงุดหงิดเลยค่ะ ^^"Hot!
แต่ผมชอบเชียงใหม่ฮะ
เบื่อกรุงเทพสุดโต่ง!

big smile big smile big smile Hot!

#17 By h|b|b on 2009-06-18 03:03

confused smile จริงด้วย

#18 By solapolo on 2009-06-18 08:48

ผมก็คนนึงล่ะที่เป็นคนกรุงซึ่งอยากมีบ้านนอกให้กลับบ้าง อยากมีรากวัฒนธรรมท้องถิ่นบ้าง

นอกเหนือจากโอกาสที่คนกรุงอาจได้เปรียบกว่าแล้ว ผมว่ามีอะไรที่คนต่างถิ่นมีแล้วดีจนคนกรุงอยากไปอยู่นะครับ


ส่วนเรื่องคนที่กล่าวถึงนั้น รู้สึก่าในวงการมีอะไรแบบนี้มกมายเลยแฮะ พอเรียบจบแล้วเริ่มจะเข้าสู่วงจรแล้วก็คงต้องฝึกใจแล้วสินะsad smile

#19 By โคค่อน on 2009-06-18 13:35

คืออยากจะบอกว่า ไม่เก่ี่ยวหรอกนะ ว่า กรุงเทพ หรือ ไม่กรุงเทพ เนี่ย
บริษัทที่เราทำงานอยู่กรุงเทพ ก็ โดนเยอะแยะไป

มันเป็นเรื่องของปลาใหญ่ ปลาเล็กมากกว่า

ยิ่งคุณเล็ก คุณไม่แกร่งพอ ตุณก็ยิ่งโดนเอาเปรียบเท่านั้น

วงการนี้ก็็เป็นแบบนี้แหละ ไม่อยากให้เหมารวมกันเลย...

#20 By boldideas on 2009-06-18 13:40

เอาน่า อันนี้ไม่ใช่เพราะเป็นคนกรุงเทพหรือคนเชียงใหม่หรอก

มันเป็นนิสัยส่วนบุคคล

ปล.ผมก็คนเชียงใหม่

#21 By เม็ดบ๊วย on 2009-06-18 13:40

ถ้าไม่ติดว่าอยู่มาตั้งแต่เกิด และปัจจัยหาเลี้ยงชีพประดามี ก็อยากย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดเหมือนกันค่ะ


คนแบบที่คุณว่ามาีนี่เอาเข้้าจริงที่ไหนๆมันก็มี แต่ก็ยอมรับว่าในกรุง(หรืออย่างน้อยที่เราได้เจอ) มันดันมีโอกาสจะเจอเยอะกว่า


มีความรู้สึกว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่รายล้อมคนเราในกรุง มันทำให้เราลืมนึกถึงคนอื่นไปเหมือนกัน
คนแบบนี้ กะคนจังหวัดเดียวกันก็ข่มน่า
ปล.เค้าเป็นเด็กลูกครึ่งนะ ครึ่งเชียงใหม่ ครึ่งกรุงเทพ เท่มั้ยละ อิอิ

#23 By koyubi on 2009-06-18 14:20

กรี๊ด เขียนได้โดนมากค่า cry เอา Hot! ไปโลด

เพื่อนเราทำออกาไนซ์ ไปดีลงานที่เชียงใหม่กลับมาตื่นเต้นว่า ไมโลดิบ อร่อยมาก -*- ถนนหนทางเจริ๊ญเจริญเนอะ

เราฟังแล้วกลุ้ม ...อะไรของมัน เชียงใหม่เจริญขนาดไหนแล้ว ในความเจริญยังมีความงามทุกหย่อมหญ้าอีกต่างหาก
Hot! Hot!

ดาวคะดาว


ไม่ใช่ เด็ก ตจว. จะไม่ทันสมัยเท่าเด็กกรุงซักหน่อยเนอะ


เบื่ออ่ะ

คนกรุงดีๆก็ มี แต่ ไอพวกแย่ๆ นี่ก็เยอะ

"นี่ชั้นไปเรียน กรุงแล้ว พวกเธอไม่ทันสมัย บลาๆ"

พูดแล้วอยาก กระโดดถีบขาคู่คร๊าบ

#25 By ~ShAdOw~ on 2009-06-18 14:48

มันอาจจะเป้นการกระทำของคนส่วนหนึ่งค่อนข้างไปทางมากเสียด้วย(คนที่คิดว่าเข้า กทม.แล้วไฮ หรือตัวคนกทม.เอง)

เพราะญาติเรา(ห่างๆอยู่ กทม.มาตั้งแต่เกิด)เวลามาจากกทม.แล้วจะคุยเรื่องว่าเป็นมี่มีทุกอย่างไม่เหมือนเชียงใหม่แล้วชอบคุยทับเหมือนว่าเราแบบอ้อมๆว่าบ้านนอก และการศึกษาไม่ก้าวหน้า ...จนรู้สึกรำคาญเลยที่เดียว

ถึงจะบ้านนอกก็ไม่เคยดูถูกคนอื่นนะ

อย่างน้อยเมืองบ้านๆ ที่คนกทม.มาเที่ยวเพื่อหาความชนบท ก็ยังมีที่พอให้หายใจละกัน และอาหารอร่อยไม่ต้องตะเวนไปกินตามห้างดังๆ ด้วย เห่อๆHot!

และเห็นในtvเปล่า ว่าเมื่อหางานทำหรือมีปัญหาต้องวิ่งมาหาคนชนบทอย่างเราไปช่วย ตลกดี
ว๊า ตั้งแต่เช้าเพิ่งได้แวะมารดน้ำเพื่อน เพราะเจองาน “ด่วน” เลยปั่นสะหน่อย เอาเป็นว่าพรุ่งนี้จะเข้ามาอ่านนะ แต่รดน้ำต้นไม้ไปก่อนแล้วกันต้นไม้จะได้โตเร็ว ๆ และหมุนเร็ว ๆ ปายแหล่ะทำงานต่อดีกว่า
นี่ไม่เกี่ยวกับว่าเป็นคนที่ไหนหรอก มันเป็นนิสัยเสียของคนบางคน ทำใจเถอะ แล้วมันจะผ่านไปค่ะ...มั้ง sad smile

#28 By อีฟ on 2009-06-18 15:30

Hot!

#29 By เอกน้อย on 2009-06-18 15:36

คิดว่ามันไม่เกี่ยวเลยกับคำว่า กรุงเทพ

มันเป็นที่ตัวของเขาก็ได้ ถ้าเข้าจ้างบริษัทในกทม เขาก็คงไม่ต่างในการกระทำหรอกครับ
sad smile เป็น vendor ต้องทำใจครับ ที่ใหนๆในโลกก็เป็นแบบนี้ มันไม่เกี่ยวอะไรกับเมืองหลวง เมืองไม่หลวง เลย

เกิดเป็นเป็น Vendor ประหนึ่งกรรมกร ได้แต่ทน T_T

#31 By หมูทอดซามะ on 2009-06-18 16:08

อยู่ที่คนมากกว่าครับ

ผมเคยเจอคนเชียงใหม่ ขอนแก่น ชัยภูมิ

ที่ทำนิสัยแย่ๆแบบที่ท่านว่ามาครับ

ก็ปล่อยเขาไป สันดานเสียไม่เกี่ยวกับพื้นที่หรอกconfused smile

#32 By 8anana7 on 2009-06-18 16:20

sad smile เจอทุกที่ ไม่ว่าจะจังหวัดไหน ถ้าติดต่อกับ คนกรุงเทพบางคนHot! Hot!

#33 By ร่มไร้อาร์ on 2009-06-18 16:34

ด้วยเหตุที่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่ทั้งกรุงใหม่มหานครและเชียงเทพ จึงขอเล่าสู่กันฟังดังนี้...

**
ถ้าการที่ใครสักคนเกลียดกรุงเทพมหานคร ถือเป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้
การที่ใครสักคนจะเกลียดเชียงใหม่ ก็อาจจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน

การเกลียด-การรักสิ่งใดๆ แต่ละคนย่อมมีเหตุผลของตัวเอง
เสื้อเบอร์ M ใช่ว่าจะใส่ได้ทุกคน อย่างน้อยราชินีช้างก็ยังต้องการเสื้อเบอร์ XXXXL อยู่

กรุงเทพน่ารักตรงความเจริญ
แต่น่าเกลียดตรงรถติด อบายมุข และการแก่งแย่งแข่งขัน

ส่วนเชียงใหม่เป็นเมืองที่แปลก...ถนนห้วยแก้วที่มุ่งสู่พระธาตุดอยสุเทพ ก็เต็มไปด้วยผับและเธค

...ที่น่ากลัวคือ เชียงใหม่กำลังจะเป็นแบบกรุงเทพฯ
รถติดตอนเช้า มีห้างให้เดินตอนบ่าย มีผับให้กินเหล้าในตอนกลางคืน

**
จากเรื่องที่คุณเล่า
ปัญหาของกรุงเทพที่หนักที่สุดก็คือเรื่อง "ทุนนิยม"
แนวคิดมันทำให้ใครบางคนเห็นเงินเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าจิตใจของมนุษย์
และนั่นคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุด เพราะมันจะทำให้มนุษย์ดึงสัญชาติญาณแก่งแย่งชิงดีของสัตว์ออกมาใช้

น่าสงสารเหลือเกิน แต่เราคงทำอะไรไม่ได้มาก รากเหง้าแห่งความชั่วร้ายมันฝังลึกไปทั่วทุกหัวระแหงแล้ว

แต่ก็...ยังดีนะ...ที่เรายังเป็นมนุษย์อยู่น่ะ ^-^

#34 By YAI4056 on 2009-06-18 16:39

ไม่มีใครมาดูถูกเราได้ ถ้าเราไม่ดูถูกตัวเองHot! Hot! Hot!

#35 By tongg on 2009-06-18 16:49

ยังจำความรู้สึกที่ไปเห็นกรุงเทพฯครั้งแรกได้
โห...เมืองอะไรวะ สกปรกซะมัด น่าเกลียดซะมัด ไม่น่าอยู่เลย

แต่กรุงเทพฯดีอย่างนึง เพราะถ้าคุณอยากเป็นคนเข้มแข็งที่สามารถทนต่อความเลวร้ายต่างๆให้ได้ ไปอยู่กรุงเทพซักครั้งในชีวิต แล้วคุณจะเห็นว่าชีวิตบ้านนอกนั้นช่างแสนสุขสบายแล้ว

#36 By 0+0+0+0+0+0+0+0+0+0+0+0+0=0 on 2009-06-18 16:52

ยังจำความรู้สึกที่ไปเห็นกรุงเทพฯครั้งแรกได้
โห...เมืองอะไรวะ สกปรกซะมัด น่าเกลียดซะมัด ไม่น่าอยู่เลย

แต่กรุงเทพฯดีอย่างนึง เพราะถ้าคุณอยากเป็นคนเข้มแข็งที่สามารถทนต่อความเลวร้ายต่างๆให้ได้ ไปอยู่กรุงเทพซักครั้งในชีวิต แล้วคุณจะเห็นว่าชีวิตบ้านนอกนั้นช่างแสนสุขสบายแล้ว

#37 By 0+0+0+0+0+0+0+0+0+0+0+0+0=0 on 2009-06-18 16:52

Hot!

#38 By Sial on 2009-06-18 16:56

แบ่งกันเองแหละคับ พอไปต่างประเทศไทยก็เป็นโลกที่3เหมือนกันsad smile

#39 By อวดดี on 2009-06-18 17:00

สับไม่ยั้ง ไม่อยากจะบอก
มากล้าวิจาร์ณงานคนอื่น
ฮึ..ขอร้องไอ้น้อง ไม่สนิท
อย่าสะเอือก(...)
พี่ครับผมจะโดนไล่ออกไหม
ผมไม่รู้ท่านประธานชอบแบบไหน
รู้เงี่ยผมเลียให้เข็ดฟัน...
ไม่ต้องเอาผมไว้หรอก
เขากับผมไม่ใครคนหนึ่งละ
ต้องเดินจากไป พี่บอกมาคำเดียว
เอ ออ อา ...อุอะ กุกะ
แมสเชนเจอ ซื้อกับข้าว ขับรถให้
เปิดประตู พาไปเที่ยว ไล่เอ็งออก
ใครจะทำ มีกันแค่2คน.......
เป็นคนไม่คิดมาก
อย่ามาอ้าง เป็นงานผู้ใหญ่
งานด่วน ทำเอง

#40 By ijamawa on 2009-06-18 17:00

คนเชียงใหม่เหมือนกันเด้อ

confused smile

#41 By คาโตเน่ on 2009-06-18 17:39

เห็นด้วยเลยค่ะ

#42 By ~memay~ on 2009-06-18 17:40

คนแบบนี้หาได้ทุกที่ค่ะ ทุกภูมิภาคในโลกและประเทศ
ถ้าเธอเป็นคนจังหวัด xx ที่ไม่ใช่กทม.
เธอก็หาเรื่องอื่นมาพูดอีกแหละ

"้ว้าย...น้องทำได้แค่นี้เองเหรอคะ
ก็เนี่ยแหละนะ พวกนิ้วชี้เท้ายาวกว่าหัวแม่โป้ง
คนนิ้วชี้สั้นกว่าเขาไม่ทำงี้กันหรอก"

ก็คนมัน...อะนะ
สันดานคนแบบนี้ไม่เกี่ยวกับจังหวัดหรอกค่ะ พวกเห็นแก่ตัว เอาเปรียบคนอื่น จะเกิดที่ไหนทำงานที่ไหนก็เจออยู่ดีแหละค่ะ sad smile

#44 By Liebestraum on 2009-06-18 17:50

ช่วยกันดันเนื้อหาดีเรื่องนี้ครับ
Hot! Hot! Hot!

#45 By Iskal on 2009-06-18 18:00

มีให้เห็นกันทุกที่

#46 By thinkd on 2009-06-18 18:06

บางทีอยู่กรุงเทพนาน ๆ ก็อยากไปอยู่ต่างจังหวัดบ้างนะ

กรุงเทพวุ่นวาย sad smile

#47 By ♫ due gatti on 2009-06-18 18:30

ตอนอยู่ชั้นม.3 เที่ยวบอกเพื่อนว่า จะล้อจะว่าว่าใครเชย อย่าใช้คำว่า "ลาว" ได้มั้ย จะรู้สึกยังไงถ้ามีคนเอาชาติของเราเองไปเที่ยวล้อเที่ยวดูถูกคนในประเทศของเขา จะรู้สึกยังไงถ้ามีคนพูดว่า "ดูแต่งตัวสิ อีนี่มันไทยว่ะ" จะรู้สึกยังไง?

ตอนนี้อยู่ม.ขอนแก่นค่ะ 99.1%เป็นคนอีสานกันหมด อีก.9เปอร์เซนก็คนจากจังหวัดภาคอื่น ตอนรายงานตัวให้รุ่นพี่ต้องบอกด้วยว่ามาจากจังหวัดอะไร พอเราบอกว่ามาจากกทม. โดนล้อว่าบ้านนอกใส่เต็มกบาลเลย เหอๆๆ ก็นะ มาอยู่จังหวัดเขา กทม.ก็กลายเป็นบ้านนอกไป เราถือว่าเป็นการรับกรรมจากคนกรุงเทพส่วนใหญ่ที่ชอบเที่ยวดูถูกดูแคลนคนอีสานละกันsad smile

ดาวค่ะ Hot!

#48 By [AdeLiNe] on 2009-06-18 18:48

จริงๆ แล้วอิจฉาคนเชียงใหม่อยู่นะ
เค้ามีชุมชน graphic เท่ๆ ตั้งเยอะ
เห็นใน exteen มีเชียงใหม่เพียบเลย งานสวยๆ ทั้งน้าน

ปัญหามันอยู่ที่คนอะเนอะ

tongue

#49 By hungryangry on 2009-06-18 19:45

โอ๊ย อ่านแล้วแอบปรี๊ดดด

#50 By (^_^)/nana on 2009-06-18 19:59