เมื่อประเทศไทยไม่ได้มีแต่กรุงเทพมหานคร
posted on 17 Jun 2009 16:10 by nyantaเมื่อเร็วๆ นี้ รายการคุณสรยุทธ์ประชาสัมพันธ์ให้คนทางบ้านส่งข่าวเข้าไปในรายการเรื่องเล่าเช้านี้
นำเสนอแนวคิดใหม่ของรายการ "เพราะประเทศไทย ไม่ได้มีแต่กรุงเทพมหานคร"
...........
อ้อ รึ?
เป็นความคิดที่ดี แต่ ไม่รู้จะช้าไปไหม เพราะสำหรับคนบางคนแล้ว
กรุงเทพมหานคร = ทั้งหมดทั้งมวลของประเทศไทย = ศูนย์กลางของจักรวาล
หยุด ช้าก่อน ในฐานะพลเมืองชาวประเทศเชียงใหม่ ฉันไม่ได้ตั้งแง่รังเกียจคนกรุง
เรายังมีกิจการการค้าที่ต้องติดต่อค้าขายระหว่างกัน
เรายังมีญาติโยมต้องเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างกัน
ถึงฉันจะเคือง ที่ชนชาวสยามมาผ่าวัดสะดือเมืองตั้งแต่สมัยเก่าก่อน สร้างความ "ขึด" แก่เมืองเชียงใหม่
แต่ฉันก็ไม่ได้แค้นอาฆาตกับการรวมล้านนาเข้ากับกรุงเทพ เพราะมองอีกด้านหนึ่ง หากวันนั้นเราไม่รวมกับทางนี้ ตอนนี้ เราก็อาจรวมกับทางพม่า ยังทาแป้งกระแจะและนุ่งสโร่งอยู่ก็ได้
ฉันรักคนกรุงเทพ และคนอื่นๆ ในอีก 74 จังหวัดทั่วไทย
ถ้าคนคนนั้น "ดี" ต่อฉัน อย่างมีเหตุสมควร
แต่ถึงเราจะไม่ได้เหมารวม แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าในความเป็นจริงแล้วมันไม่มีอยู่
เพราะบนโลกเน่าๆ ของเรานี้ ยังมีคนจำพวก ชอบดูถูกคนที่อยู่่ล่างกว่า
เช่น
แกมันคนบ้านนอก เกิดบ้านนา สู้ฉันก็ไม่ได้ ฉันมันคนอำเภอเมือง
แกมันคนต่างจังหวัด สู้ฉันไม่ได้ ฉันมันคนเมืองหลวง
แกมันก็แค่คนเรียนในประเทศ สู้ฉันไม่ได้ ฉันมันคนจบต่างประเทศ
แกมันก็แค่พวกเอเชีย หอบเงินมาเป็น oversea student ทีละหลายล้าน แต่ฉันเป็น citizen ของที่นี่
....วงจรการดูถูกไม่มีจุดสิ้นสุด
เหนือฟ้า ก็มีฟ้า
รวยกว่า ก็มี รวยกว่ากว่ากว่า
แต่ไม่มีใครมาดูถูกเราได้ ถ้าเราไม่ดูถูกตัวเอง
เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า บริษัทของฉัน เป็นบริษัทซำเหมา รับทำงานจับฉ่ายทั่วไป ชอบเรียกตัวเองว่าเป็นออกาไนเซอร์บ้าง บริษัททำหนังสือบ้าง เอเจนซี่บ้าง กราฟฟิกเฮาส์บ้าง แต่ความจริงแล้ว เรียกว่าอะไรดี โรงพิมพ์ดีไหม? ปรินท์ช็อปรึเปล่า? แต่จะอะไรก็ช่าง เป็นอะไรก็ได้ มันไม่ได้สำคัญที่ชื่อหรอก สำคัญว่าเราทำตัวยังไงมากกว่า
พอดีว่า มีเอเจนซี่เจ้าหนึ่งทางกรุงเทพ อวดอ้างสรรพคุณว่าทำหนังสือท่องเที่ยวหัวดังหัวหนึ่ง และมีพาวเวอร์ในการหาลูกค้ามาป้อนให้กับซัพพลายเออร์ต่างๆ ได้ ทำให้เจ้านายของฉันชื่นชอบเป็นยิ่งนัก
เธอคนนี้ (ผู้เป็นโลโก้ของเอเจนซี่เจ้านั้น) ก็ไป bid งานของสายการบินแห่งหนึ่งมาได้ แต่ไม่มีบริษัทไหนในกรุงเทพรับทำเพราะราคามันถูกเหลือแสน ส้มจึงหล่นใส่ตีนบริษัทเชียงใหม่ (ประมาณว่ารู้จักมักจี่กัน) ทำให้เราได้งานนี้มาทำ หรือพูดอีกแง่นึง เจ้านายฉันอาจจะไปอ้อนวอนขอร้องของานมาทำก็ได้ สุดแท้แต่จะฟังความจากฝ่ายไหน
หลายเดือนผ่านมาดีดัก เธอผู้นี้มักเข้ามามีอิทธิพล บอกว่า นั่นไม่ดี นี่ไม่เอา
"ทำอาร์ตแบบนี้เหมือนพี่ทำส่งครูตอนอยู่ ป.5" (เหรอคะ หนูคำนวณจากอายุพี่แล้ว คิดว่าตอนพี่อยู่ป.5 พี่น่าจะเรียนด้วยกระดานชนวนอยู่เลยนะคะ)
"พี่ว่าพวกเราไม่มีพัฒนาการ"
"พี่ไม่เห็นความสำคัญของสิ่งที่พวกเราทำมา"
และอีกอื่นๆ นานาความคิดเห็นสารพันอันสุดแสนจะครีเอท
แม้จะรำคาญ แต่ก็ไม่ได้มีใครว่า บ่น หรือทักท้วงอะไร
ยอมได้ก็ยอมกันไป
แต่พักหลังๆ มานี้ เธอผู้นี้ มักส่งงานมาให้แปล โดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับบริษัทแม้แต่น้อย
ไม่เกี่ยวกับงานที่ไป bid มาได้ อ่านยังไงก็ไม่รู้ว่านี่มันอะไร ให้แปลไปทำไม (วะ)
จะบอกว่าพนักงานเรื่องมากหรือ? บางครั้ง ให้ทำงานเกินหน้าที่ แต่เป็นงานบริษัท เราก็ทำให้ เพราะถือว่าช่วยๆ กัน
แต่กับงานแปลนอกลู่นอกทางนี่ มองยังไง ก็ไม่เห็นเหตุผลที่พอจะฟังขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการ "ขอ"
"ขอ" มีความหมายว่า ไม่ต้องจ่ายเงิน
ซึ่งเจ้านายของเราก็ยินยอมพร้อมใจซะด้วยสิ
เช่น ส่งงานให้วันอาทิตย์ บอกว่าไม่รีบนะคะ ทยอยก็ได้ แต่ขอวันจันทร์
พอเราบอกว่ายังไม่ว่าง ยังไม่ปิดเล่ม ขอเลื่อน ก็เร่งยิกๆๆ และสุดท้ายก็ยื่นคำขาดว่าจะเอาพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง
พอบอกว่า อย่างนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายแล้วนะ จะส่งคนอื่นแปล ก็อิดออดและเหมือนจะไม่จ่าย
สุดท้าย ทุกคนก็ถูกบังคับให้ทำ เจ้านายบอกว่า ทำๆ ไปก่อนเถอะ
และผลก็คือ เจ้านายคงจะไปโยกย้ายเงินจากตรงโน้นมาตรงนี้แล้วเอามาจ่ายแทน อาจจะไม่ใช่เงินสด อาจจะเป็นคูปอง gift voucher หรืออะไรก็ตามแต่
ถามว่าทำไมเจ้านายเราต้องยอมเค้าขนาดนั้น
เหตุผลง่ายๆ เพราะ กลัวเค้าไม่ป้อนงานจากทางกรุงเทพให้อีก
ตลกดีเนอะ
ยอม เหมือนเค้าเอาเงินมาให้เราฟรีๆ ....เหมือนเราไม่ได้ทำงานแลกมันมาอย่างนั้นแหละ
เค้าเอาเงินมาให้เราเฉยๆ รึไง เราก็ทำงานแลกเงินเหมือนกันนะ
ไม่ได้เป็นเมืองประเทศราช ต้องส่งส่วยกันตลอดเวลานะ
เราก็เป็นไทจากพม่ามานานแล้ว แต่ก็ยังไม่พ้น มาเป็นเมืองขึ้น (ทางจิตใจ) ให้กับคนบางจำพวกอีก
ขอย้ำอีกครั้ง อย่ามาเต้นแร้งเต้นกาแล้วมาเกลียดคนเชียงใหม่เป็นการเอาคืน
ฉันไม่ได้เกลียดคนกรุงเทพทุกคน แต่ฉันเกลียดคนกรุงเทพบางคน
คนที่คิดว่าคนอื่นมันด้อยกว่า ต้องข่ม ต้องจิกหัวใช้ ต้องดูแคลน
คนที่คิดว่า "อุ๊ย ที่โน่น (ใช้คำว่าที่โน่น ชิ มันไม่ได้ไกลมากนะยะ ถ้านั่งเครื่องก็แค่ชั่วโมงเดียว) มีบริษัทแบบนี้ด้วยเหรอคะ"
"ที่นั่นมีคนทำอาชีพนี้ด้วยเหรอคะ"
"ที่นี่มี....ด้วยเหรอคะ"
ที่นี่ไม่ใช่บ้านนอกคอกตื้อที่ต้องขี่ควายไปเรียน แต่ก็ไม่ใช่เมืองที่ต้องติดแหงกอยู่บนถนนทีละสองสามชั่วโมงหรอกนะ
ฉันไม่ได้ยกย่องความเจริญด้านวัตถุ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจ
ไม่ได้บอกว่า เชียงใหม่มีห้างใหญ่มาเปิดแล้วหมายถึงเจริญ หรือการที่เรายังมีวัดเต็มเมืองหมายถึงเรามีรากเหง้าอันแข็งแรง
เราก็เป็นแค่เมืองธรรมดา แค่คนธรรมดา
....แต่เราก็ไม่เคยพูดว่า "โห มาจากกรุงเทพเลยเหรอคะ"

มีเอเจนซี่หลายๆ เจ้า โทรมาทวงงานจากเรา อ้าวไม่ได้ใช้แมคทำเหรอ
เราตอบ อือ ไม่มีพีซี เปิด ก็ไม่ต้องเอาไฟล์
#1 By นกฮูกดีไซน์ on 2009-06-17 17:12