อย่าโทษเรยา...และอื่นๆ

posted on 23 Apr 2011 01:01 by nyanta
อย่าบอกว่า นาทีนี้คุณไม่ได้ดู "ดอกส้มสีทอง"
ก็แหม บทเรยาเขาออกจะแรงขนาดนั้น ทั้งดอก... ทั้งแรง ร้าย ร่าน แย่งสามีชาวบ้าน สวยเริด ฯลฯ ซะขนาดนั้น
นับเป็นความใฝ่ฝันเชิงลึกของหญิงสาวหลายคน (ไม่ใช่ก็ไม่ได้ว่าอะไร อย่าร้อนตัว)

ไม่ต้องพูดถึงเรตติ้ง เพราะทุกวันนี้เรยาบรอดแคสในทวิตเตอร์และเฟซบุ๊คไปแล้ว รวมไปถึงตัวละครอื่นๆ อย่างเด่นจันทร์ที่แฟนเพจพุ่งขึ้นสามพันภายในวันเดียว (ฉันคือหนึ่งในนั้น) เมื่อเทียบกับมงกุฏดอกส้มภาคแรกที่ยืมพลอตมาจากหนังจีนแล้วต้องบอกว่าแรงกว่าชนิดไม่เห็นฝุ่น

หรือนี่บางอย่างกำลังบอกเราว่า "นี่แหละ ละครที่สังคมไทยต้องการ" (ฮาๆๆ)

สมัยภาคแรกนั้น ด้วยความที่เนื้อหาหยิบมาจากหนังจีน (Raise the Red Lantern ของจาง อี้ โหม่ว) ที่ว่าด้วยการแย่งชิงอำนาจในสังคมจีน ถ้าใครได้ดูเวอร์ชันจีนน่าจะรู้สึกได้ว่ามันอึดอัดและกดดันกว่ากันมากๆ (ทั้งนี้สมัยคุณน้ำผึ้งเล่นเป็นคุณนายสี่เรายังเด็กอยู่แต่ก็ทันดูนิดหน่อย) ผู้หญิงมีอำนาจเมื่อไหร่? คำตอบคือเมื่อผู้ชายมานอนด้วย อำนาจต่อรองทุกสิ่งเกิดขึ้นตอนนั้นและอาจเยิ่นเย้อไปวันรุ่งขึ้นนิดหน่อย เช่นได้เลือกเมนูที่อยากกิน มีคนมานวดเท้าให้ ฯลฯ ถึงหนังไม่บอก แต่ฉันก็เดาเอาว่า ความต้องการนั้นเป็นเรื่องรอง แต่อำนาจหลังจากการหลับนอนต่างหากที่ทุกคนอยากได้

มงกุฏดอกส้มทำออกมาได้ดีไหม ฉันคร้านจะพูด (ด้วยไม่มีภูมิ) เนื้อเรื่องปรับเติมเสริมแต่งนิดหน่อยให้เข้ากับ context ไทยๆ เติมดีเทลอื่นๆ เข้าไปให้สนุก แต่ความรู้สึกกดดันในการแย่งอำนาจชั่วคราวของผู้หญิงสี่คนกลับดูไม่ค่อยขึงขังเท่าที่ควร กลายเป็นประเด็นความรัก ที่บรรดาเมียๆ ต้องการความรักจากผัว คุณนายใหญ่ที่เศร้าเสียใจเพราะผัวมีเมียน้อยจนเกิดอาการจิตตกต้องมากรอกหูลูกทุกวี่วัน (หรืออาจเป็นเพราะในสังคมไทยตามเนื้อเรื่อง เราไม่ได้รู้สึกเหมือนถูกคุมขังเหมือนในหนังจีน) แต่ไม่ว่ายังไง สิ่งที่ละครต้องการเสนอก็ยังยึดธีมดั้งเดิม คือ ผู้ชายเป็นใหญ่

ดอกทองสีส้ม (อย่างที่หลายคนเรียก) อาจยืมพลอตมาจากชีวิตจริงของแอร์โฮสเตสสาวท่านหนึ่งอย่างไทยรัฐว่า หรือแต่งเพิ่มอะไรก็สุดแท้แต่ แต่ว่ากันว่า ต้องการขยายต่อประเด็นว่า เมื่อผู้หญิงต้องการแสดงอำนาจ เธอจะใช้วิธีไหนเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจนั้น (มองข้ามประเด็นการกระโดดข้าม social status และผลกรรมของการอยากได้อยากมีของเรยาอันดูเป็นความปลงโลกทางพุทธไปในจุดนี้)

ในขณะที่ทุกคนก่นด่า(แต่ก็ดูติดหนึบ)อยู่นั้น ฉันมองง่ายๆว่า ละครอยากจะบอกแค่ว่า นอกเหนือจากอำนาจในการต่อรองของผู้หญิงแล้ว ดอกส้มสีทองอยากจะบอกก็แค่ว่า "ผู้หญิงก็เป็นคน" เท่านั้นเอง

เราเคยชินกับการสร้างภาพผู้หญิงในสังคมอุดมคติ ที่ต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือน เรียบร้อย การบ้านการเรือนอย่าให้ขาด พอยุคสมัยใหม่เข้าหน่อยที่ผู้หญิงต้องออกไปทำงานนอกบ้านเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ผู้ชายคนเดียวไม่สามารถเลี้ยงให้สบายนอนทาเล็บไปวันๆได้อีกต่อไป อุดมคติของผู้หญิงก็เพิ่มขึ้นเป็น เปลก็ไกว ดาบก็แกว่ง คือนอกจากจะทำงานบ้านได้อย่างขยันขันแข็งแล้ว ยังไม่ขาดตกบกพร่องในหน้าที่เมียอีกด้วย

แต่ทุกอย่างที่พูดมานั้น นางเอกของเรา ไม่มี... (อ่ะคริๆ)
เราจะเห็นว่านางเอก(หรือตัวเอก)ในเรื่องนั้น ไม่ใช่ลูกกตัญญู (ไม่ได้บอกว่าาดี) ไม่มีสัญชาตญาณของความเป็นแม่ ไม่ขยัน ขี้เกียจเรียนหนังสือ (แต่ไม่บอกว่าจริงๆแล้วโง่หรือฉลาด) ทะเยอทะยานก็เท่านั้น
แล้วถามว่าดูไปทำไม ดูผู้หญิงไม่ดีแบบนี้ให้เป็นแบบอย่างแก่ลูกหลาน หรือว่าจะนั่งดูกับลูกแล้วก็คอยสอนว่า อย่าทำนะคะ นี่เป็นตัวอย่างของคนไม่ดี อะไรแบบนี้คะ?
อย่างที่ไม่ได้ปรักปรำใคร ฉันว่าทุกคนแอบซ่อนด้านมืดไว้ในใจ เรยาคือด้านมืดของทุกคน อะไรบางอย่างที่ผู้หญิงคนนี้ทำออกทีวี คือหลายอย่างที่เราเองก็อยากทำ(บ้าง)แต่ทำไม่ได้ อะไรกำหนดว่าผู้หญิงทุกคนต้องมีสัญชาตญาณแม่ การได้ออกลูกคือการเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์? อะไรที่บอกว่าผู้หญิงดีๆไม่เริ่มเรื่องเซ็กส์ก่อน และอื่นๆ

เพื่อเน้นให้ภาพของความเลวของเธอเด่นชัด ละครต้องพรีเซนต์ภาพเมียพระเอกที่แสนดี ชาติกำเนิดดี ไม่โมโห ไม่จู้จี้ ไม่ขี้โวยวาย ช่างเป็นเมียในอุดมคติของบรรดาผัวทั่วโลกโดยแท้จริง แม้จะดำเนินชีวิตไปอย่างจืดชืดแต่ละครก็พยายามบอกว่า พระเอกของเราก็ยังจะคงรักเมียและเทิดทุนบูชาไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมภาพตัดกลับไปที่อาม้าลูบหลังลูบไหล่กรอกหูความเป็นลูกที่ดี เมียที่ดี เมื่อไหร่จะมีลูกเสียที (ทั้งที่สองคนนี้ในเรื่องก็เป็นคู่ผัวเมียที่สมบูรณ์ดี แต่ก็ต้องเว้าแหว่งเพียงเพราะไม่มีลูก)

แล้วตัวเด่นอีกคนอย่างเด่นจันทร์ล่ะ คนที่แฟนคลับคลั่งไคล้ เพราะเธอรวย เธอเป็นเมียหลวงที่เก๋ มีวิธีจัดการกับเมียน้อยได้อยู่หมัด เอาผัวไว้อยู่ (เพราะเงิน...ซึ่งถามหน่อย ถ้าใครทำได้ก็คงทำ แต่มันทำไม่ได้ เพราะเรามันจน) เด่นจันทร์ผู้น่าสงสาร ที่ละครบอกว่าเธอเป็นเมียที่ทั้งสวยทั้งรวย เรื่องเซ็กส์เธอก็พยายามสุดความสามารถ ทั้งยังบำรุงรักษาร่างกายไปสปา ทำผม ฯลฯ เพื่อให้สามีมารัก โดยมีคำพูดวรรคทอง (ไม่แน่ใจว่าออกอากาศหรือยัง) ว่า "ทำไมคนเป็นเมียต้องพยายามจะสวยตลอดเวลาเพื่อมัดใจผัว ทีคนเป็นผัวแก่ อ้วน ลงพุง ไม่เห็นว่าเมียจะสนใจ" ตรรกะของเธอฆ่าทฤษฎีที่ว่าผัวมีเมียน้อยเพราะต้องการหาอะไรเติมเต็ม เช่น เมียดี แต่จืดชืด (แบบเมียพระเอก) เมียรวยแต่แก่เหี่ยวย่น เมียขี้บ่น ฯลฯ แต่กรณีนี้ละครจะบอกว่า อ๋อ คนจะมีเมียน้อย ยังไงมันก็มี...ไม่ต้องมีเหตุผล ไม่มีโซลูชั่นอะไรเลย ยังไงก็จะมี จบไหมล่า

อ่านต่อไป เจอตอนที่คุณเด่นคอมเมนต์กับพ่อว่า อยากจะเลิกกับผัวเหลือเกิน แต่ก็กลัวว่าถ้าเลิกกันแล้วจะต้องหาผัวใหม่อีกแน่ๆ และคุณพ่อก็ท้วงว่า จะหาทำไม ทำไมไม่อยู่คนเดียว ทีพ่อก็ยังไม่แต่งงานใหม่ ...ละครเขียนบทให้เธอตอบไปว่า ผุ้ชายนั้นมีที่ปลดปล่อยมากกว่า มีทางเลือกมากกว่า แต่ผู้หญิงก็คน ก็มีความต้องการเหมือนกัน แต่จะให้ไปซื้อบริการก็ไม่ได้ นอกจากกรอบประเพณีแล้วผู้หญิงยังมีพ่อแม่ญาติโกโหติกาอีกมากมาย (แล้วจะให้ทนอยู่แห้งๆไปจนตายเหรอออ คงไม่มีใครมาตอบว่า สงบจิตใจไปวัดแล้วเลี้ยงลูกซะ หรอกนะ ก็ฉันอุตสาห์เขียนมายาวขนาดนี้) ซึ่งไปพ้องกับกรณีเมียฝรั่งของเจ้าสัวที่เขียนเพิ่มมาในภาคนี้ว่าชีว้าเหว่เพราะสามีแก่ไม่มาหา (หงิงๆ)

(ความต้องการของผู้หญิงบางคนนั้นแปลก แตกต่างกัน และไวเบรเตอร์ทำแทนไม่ได้ เช่น ฉันต้องการแต่งงาน กอดทะเบียนสมรสและสินสมรสอยู่บ้าน และพาสามีออกงานเลี้ยง พบปะแขกเหรื่อ (ฉันช่างเป็นผลผลิตชั้นดีของสังคม) แต่เพื่อนฉันไม่ต้องการแต่งงาน เธอต้องการผู้ชายมาทำในเรื่องที่เธอ "ทำเองไม่ได้" โดยเธอบอกว่า เธอออกงานคนเดียวได้แต่บางอย่างสิ มันทำคนเดียวไม่ได้....นึกภาพออกไหมคะ)

ทำไมหนังเรื่องนี้ฉากเลิฟซีนเยอะ แน่ล่ะ เค้าคงไม่ได้เอาไว้เรียกเรตติ้งหรือเพื่อเน้นความแรดของเรยาเพียงอย่างเดียว มันต้องมีอะไรซัพพอร์ตกับเนื้อเรื่องบ้าง นอกจากฉากบนเตียง ก็ยังมีการพูดถึงการมีความสัมพันธ์กันในอีกหลายๆ ฉาก หลายๆ ตอน ถ้าสังเกตดีๆ ทั้งหมดนี้คงเผื่อใครจะมองเห็นได้บ้างว่า ผู้หญิงไม่ใช่แค่ผู้หญิง แต่ผู้หญิงก็คือคน เป็นคนเหมือนผู้ชายนั่นแหละ ที่บางเวลาก็อยากจะอยู่เหนือกรอบ นอกกรอบ ในกรอบบ้าง สุดแท้แต่ว่าใครจะว่าความประพฤติไหนเลวร้าย เหลือจะทานทน เพราะยังมีคนอีกมากที่ต้องถูกเคลม ถูกต่อว่าในเรื่องนี้นอกเหนือจากนังเรยา หรือบรรดาเมียทั้งหลาย ทั้งเจ้าสัวมะเขือเผาไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองเสื่อม คุณชายใหญ่ที่ความจริงแล้วเป็นตัวป่วงทำลายชีวิตทุกคนไล่มาตั้งแต่ทำคำแก้วเอ๋อ ทำเพื่อนเกย์ตาย มีเมียน้อย ฯลฯ แต่ฮีสวมบทคนดีใจอ่อน (ใจอ่อนหรือปัญญาอ่อน) และอีกมากมาย

ฉันไม่ได้เขียนเพราะฉันอินละครอะไรอย่างนั้น ก็แค่ดูแล้วตามอ่านคอมเมนต์และไทม์ไลน์ของทุกคนแล้วมันสนุกดี เห็นทุกคนอินเราก็รู้สึกว่า อือ ละครประสบความสำเร็จในวงกว้างดีนะ และแน่นอน ฉันไม่ได้เข้าข้างเรยา อย่ามาว่าฉันอย่างนั้น... ฉันก็็แค่จะบอกว่า อย่าไปโทษเรยา มันก็แค่คน คนธรรมดา เหมือนเราๆ ท่านๆ นี่แหล้ะ....

Comment

Comment:

Tweet

ไม่รู้จะว่ายังไง แต่ที่เขียนมา เห็นด้วยหลายๆประเด็นค่ะ

Hot!

#4 By MamiLuv on 2011-04-24 21:58

Hot! Hot!

มองได้ลึกซึ้งจริง ๆsurprised smile

#3 By ไทดี้ on 2011-04-23 20:47

Hot! เอนทรี่นี้อ่านสนุกมากกกกก แม้ไม่ได้ดูละคร

บางทีนานาก็น้อยใจอะที่เกิดมาเป็นผู้หญิง
(หญิงไทยซะด้วย)

#2 By นานาาา on 2011-04-23 15:57

มองละครย้อนดูสังคมจริงๆopen-mounthed smile Hot!

#1 By นกฮูกดีไซน์ on 2011-04-23 02:27